ทีเด็ดบอล

แสดงกระทู้

Messages | * Topics | Attachments

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.

Topics - admin

หน้า: 1 [2] 3 4 ... 808
16


โปรแกรม โตโยต้า ไทยลีก 2018 คลอดวัน-เวลาเตะทั้งฤดูกาล 34 นัดออกมาแล้ว

โดยปีนี้ยังคงมีเกมฟรายเดย์ไนท์ เริ่มศุกร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ เป็นคู่เปิดสนาม “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์เก่า จะเปิดช้าง อารีน่า พบกับ “ราชันมังกร” ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ในเวลา 19.00 น.

จากนั้นวันเสาร์ จะมีเตะ 4 คู่ เริ่มคู่แรก 17.45 น. แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล พบ สุโขทัย เอฟซี ต่อด้วย 18.00 น. เชียงราย ยูไนเต็ด พบ ชลบุรี เอฟซี และ 19.00 น. เป็นบิ๊กแมตช์ แบงค็อก ยูไนเต็ด พบ เมืองทอง ยูไนเต็ด ปิดท้ายด้วยคู่ 20.00 น. ชัยนาท ฮอร์นบิล พบ สุพรรณบุรี เอฟซี

ขณะที่วันอาทิตย์ มีเตะอีก 4 คู่ 2 ช่วงเวลา เริ่ม 18.00 น. 2 คู่ นครราชสีมา มาสด้า พบ บางกอกกล๊าส และ ราชนาวี พบ อุบล ยูเอ็มที ต่อด้วย 19.00 น. 2 คู่ การท่าเรือ พบ พัทยา ยูไนเต็ด และ พีที ประจวบ พบ โปลิศ เทโร

เช็กโปรแกรม วัน-เวลา ทั้ง 34 นัด ได้ที่นี่!!!















เนื้อข่าวจาก  http://www.soccersuck.com/boards/topic/1596672

18


ฤดูกาล 2018 ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงของทีม “กระต่ายแก้ว” บางกอกกล๊าส เอฟซี ทีมดังแห่งในศึกลูกหนังโตโยต้าไทยลีกอย่างแท้จริง หลังจากสโมสรมีการ “ปฏิวัติ” ครั้งใหญ่สุดนับตั้งแต่เทคโอเวอร์ทีมมาจาก “ธนาคารกรุงไทย” เมื่อปี 2009

เริ่มตั้งแต่การรีแบรนด์ดิ้งโลโก้ตรา “กระต่าย” ของสโมสรให้ดูทันสมัยขึ้น ด้วยลายเส้นและการดีไซน์ที่ดูเรียบง่ายและคลาสสิก

แต่ดูเหมือนว่าโลโก้ใหม่ยังไม่โดนใจแฟนบอลมากนัก เห็นได้จากคอมเมนต์ส่วนใหญ่ในแฟนเพจสโมสร ที่กระแซะโลโก้ใหม่ของทีมว่าเหมือนโลโก้ยาธาตุนำ้ข้าวตรากระต่ายบิน บ้าง โลโก้ดูไม่ดุดันบ้าง รวมทั้งคิดว่าโลโก้เก่าสวยอยู่แล้ว ฯลฯ

ทว่าก็มีบางส่วนที่ชื่นชมและให้กำลังใจ เพราะในแง่ของศิลปะ มันก็แล้วแต่มุมมองของแต่ละคนว่าจะชอบหรือไม่ชอบ

“เดอะ แรบบิท” ยังมีเปลี่ยนโทนสีของสโมสรจาก “สีเขียว” ที่ใช้มาตลอดกว่า 10 ปี ให้เป็น “สีน้ำเงิน” ตามบริษัทแม่ คือ บริษัท บางกอกกล๊าส จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงงานผลิตแก้วรายใหญ่ของทวีปเอเชีย พร้อมสโลแกนภาษาสเปน "Las Maquinas azules" อ่านว่า “ลาส มากีนาส อาซูเรซ” ซึ่งแปลว่า เครื่องจักรสีน้ำเงินนั่นเอง ดูแล้วออกแนวดุดัน สวนทางกับโลโก้ที่ดูเรียบง่าย คลาสสิก เหลือเกิน

นอกจากนี้สโมสรยังมีการเนรมิตรพื้นสนามลีโอ สเตเดียม รังเหย้าของพวกเขาจาก “หญ้าเทียม” ที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2010 ให้เป็นพื้น “หญ้าจริง” สำหรับฤดูกาล 2018 ที่กำลังจะมีถึง

อย่างที่ทราบดีว่า บีจี มีสถิติการเล่นในรังเหย้าหญ้าเทียมลีโอ สเตเดียม ที่แข็งแกร่งเหลือหลาย ส่วนหนึ่งเพราะความคุ้นเคยกับสนามแข่งหญ้าเทียมที่มีแห่งเดียวในไทยลีก

แต่เมื่อเปลี่ยนมาใช้หญ้าจริงความได้เปรียบที่มีก็พลันหายไป ต้องคอยดูว่าเปลี่ยนหญ้าแล้ว ฟอร์มการเล่นในบ้านจะไฉไลเหมือนเดิมหรือเปล่า

ส่วนแฟนบอลหนุ่มๆ คงตาลุกวาว เมื่อเห็นน้องๆ แรบบิท เกิร์ล ทั้ง 6 คน ที่จะมาช่วยสร้างสีสันในสนาม

เรียกได้ว่า “แรบบิทเกิร์ล” คือสิ่งเดียวของสโมสรที่คงคุณภาพที่สุด ทั้งความขาว น่ารัก กุ๊กกิ๊ก มุมิ ไม่มีบกพร่องเลย

ในการเสริมทัพ “บีจี” คว้าทั้ง วิทยา หมัดหลำ, จักรกฤษ ลาภตระกูล, สหรัฐ ปองสุวรรณ, อภิวัฒน์ เพ็งประโคน, โรบิน โฮล์ม, เฟรเดริค เมนดี้, สติเป้ ปลาซิบัต และทุ่มเงินเป็นสถิติสโมสร คว้ายอดกองกลางทีมชาติไทย อย่าง “นิว” ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ วัย 24 ปี มาร่วมทัพ ด้วยค่าตัวกว่า 30 ล้านบาท ทำให้ “เจ้านิว” ขึ้นแทนเป็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุดเป็นอันดับ 2 ไทยลีกด้วย

ดูรายชื่อแล้วมีเพียง “ฐิติพันธ์” และ 2 นักเตะต่างชาติเท่านั้นที่ดูจะพอเป็นกำลังสำคัญให้ทีม ส่วนที่เหลือน่าจะเป็นเพียงอะไหล่มากกว่า

ส่วน ฐิติพันธ์ ถือว่าผู้บริหาร บีจี กล้าทุ่มมาก กับค่าตัวมหาศาล แต่ด้วยวัยและฟอร์มการเล่นในปัจจุบัน ถือว่าเป็นการลงทุนในระยะยาว

เมื่อลงทุนเยอะ ก็ต้องมีความเสี่ยงเยอะ

แต่ถามว่าดีลนี้คุมไหม? ตอนนี้ก็ตอบไม่ได้ เพราะต้องติดตามดูกันยาวๆ อย่าลืมว่า “เจ้านิว” เคยบาดเจ็บหนักมาแล้วถึง 2 ครั้ง ปีที่ผ่านมานักเตะ บีจี หลายคนก็ได้รับบาดเจ็บและเข้าโรงหมอกันเป็นแถว สตาร์ดังหลายคนที่เคยฟอร์มเปรี้ยงปร้าง มีดีกรีทีมชาติติดมาด้วย ก็มาดับที่รังลีโอ สเตเดียม หลายราย

แฟนบอล “กระต่ายแก้ว” คงต้องภาวนาละครับว่า ขออย่าให้ “เจ้านิว” บาดเจ็บ และขอให้ระเบิดฟอร์มเก่งได้ตลอดฤดูกาล

อีกสิ่งหนึ่งที่น่าติดตามก็คืออนาคตของ “โจเซ็ป เฟร์เร” กุนซือกระทิงดุ เพราะเป็นที่รู้กันไม่มีกุนซือรายไหนคุมทีมจบฤดูกาลแม้แต่คนเดียว ซึ่งกุนซือหนุ่มจากสเปน จะรอดจากสถิติดังกล่าวหรือเปล่า เวลาเท่านั้นที่จะให้คำตอบ

เมื่อดูภาพรวมของการพลิกโฉมของทีม บีจี ครั้งนี้แล้วผมว่ามันดูขัดกันหลายอย่าง

ไม่ว่าจะเป็นคอนเซ็ปต์สโมสรที่ดูดุดัน แต่โลโก้กลับออกแบบให้ดูเรียบง่าย รวมทั้งสไตล์การเล่นที่ท่านประธาน “ปวิณ ภิรมย์ภักดี” บอกว่าจะไม่เน้นเอนเตอร์เทน เหมือนเมื่อก่อน แต่จะเน้นให้ทีมมีเกมรับที่แน่นขึ้น และให้ความสำคัญกับผลการแข่งขันมากขึ้น

ก็ต้องติดตามดูละครับ ว่าเปลี่ยนโฉมสโมสรแล้ว ทีมจะทำผลงานได้ดีและมีลุ้นแชมป์ไทยลีกกับทีมอื่นๆ ไหม

แต่ถ้ายังไม่กระเตื้อง สงสัยแฟนบอลคงต้องอดทนรอความสำเร็จกันต่อไป











เนื้อข่าวจาก  http://www.soccersuck.com/boards/topic/1592102

19


อเล็กซานเดร กามา หัวหน้าผู้ฝึกสอนของ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่ของ โตโยต้า ไทยลีก ได้ออกโรงเตือนลูกทีมอย่าประมาท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เด็ดขาดแม้ว่าเพิ่งจะเสียตัว โก ซุล กิ ห้องเครื่องคนสำคัญของทีมไป

ทั้งนี้ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด มีโปรแกรมกาแข่งขันที่จะพบกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในศึกฟุตบอล ออมสิน ไทยแลนด์แชมเปี้ยนส์คัพ 2018 ในวันที่ 19 มกราคมนี้ ที่สนามศุภชลาศัย เวลา 19.00 น. โดยก่อนการแข่งขันกุนซือใหญ่ของทัพ กว่างโซ้งมหาภัย ออกโรงเตือนลูกทีมอย่าประมาททีมเก่าของตัวเองเด็ดขาดแม้ว่าจะเพิ่งเสียทางด้าน โก ซุล กิ ออกไปอีกทั้งยังตั้งเป้าคว้าแชมป์แรกในปี 2018 ให้ได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม “กามา” ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “เรามีความมั่นใจพอสมควร เพราะเราได้ลองเล่นเกมปรีซีซั่นมาหลายนัดแล้ว รวมถึงยังทดลองหมุนเวียนนักตะหลายตำแหน่ง เราซ้อมกันมาอย่างหนักในก่อนเกมนี้ แต่นี่คือเกมอย่างเป็นทางการและเราพร้อมแล้ว แม้นักเตะจะไม่ฟิต 100% แต่เราจะทำให้ดีที่สุด”


“ด้วยความเคารพ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พวกเขาเป็นทีมใหญ่ แต่เราก็มีทีมที่ดีเช่นกัน ทั้ง 2 ทีมต่างเป็นแชมป์ เราต้องมาดูกันว่าอะไรจะเกิดขึ้น อย่างไรก็ตามผมเชื่อมั่นในตัวนักเตะเรา มาเชนา, เคลตัน, โค โค กองหน้าทุกคนของเราสามารถทำประตูได้ แม้อาจจะมีกังวลบ้างนิดหน่อยในช่วงที่ผ่านมา แต่ไม่มีปัญหา เราจะพยายามยิงประตูได้”


“การที่พวกเขาเสีย โก ซุล กิ ที่เล่นได้ดีตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ผมเข้าใจนะ มันก็เหมือนกับผมต้องเสียนักเตะที่ดี (ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์) แต่คนที่เข้ามาใหม่อาจอยู่ในระดับเดียวกันหรือดีกว่าก็ได้”


“บุรีรัมย์ เป็นทีมที่แข็งแกร่งเสมอ เราจะมามัวมาคิดว่าเขาเสียนักเตะคนไหนไปไม่ได้ โก ซุล กิ เป็นนักเตะที่ดีมาก แต่เราก็มั่นใจในทีมของเรา เรายังมีนักเตะใหม่ที่ต้องการเวลาในการปรับตัว”


“เป้าหมายของผม ไม่ใช่แค่เอาชนะบุรีรัมย์ เราต้องการเอาชนะให้ได้ทุกทีมเพื่อเป็นแชมป์ เราจะคิดแค่บุรีรัมย์ไม่ได้ พวกเขาแข็งแกร่งมาก ผมรู้ดีเพราะพวกเขาเป็นทีมเก่าของผมและทุกคนก็พูดถึงพวกเขา แต่นี่เป็นเกมนัดเดียว เกมชิงชนะเลิศ ทั้งเราและพวกเขาต้องการชนะ และเราต้องการออกสตาร์ทซีซั่นด้วยการเป็นแชมป์”

 เนื้อข่าวจาก  http://www.gangzaabaaball.com/news/22181/

20


สถานีโทรทัศน์สปริงนิวส์ เตรียมถ่ายทอดสด ศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบเพลย์ออฟ รอบที่สอง คู่ระหว่าง "กว่างโซ้งมหาภัย" สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ปะทะ บาหลี ยูไนเต็ด ทีมแกร่งแห่งแดนอิเหนา ในวันอังคารที่ 23 มกราคม นี้ เวลา 19:00 น. ณ สนาม สิงห์ สเตเดี้ยม

       โดย "มาดามเดียร์" คุณ วทันยา วงษ์โอภาสี ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ชื่อดัง ช่อง 19 ในระบบทีวีดิจิตอล ซึ่งชื่นชอบกีฬาฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ เดินหน้าซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดดังกล่าว เพื่อให้แฟนฟุตบอลไทยได้รับชมศึกระดับสโมสรเอเชียนัดแรกในประวัติศาสตร์ของ "กว่างโซ้งมหาภัย" สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด แชมป์ช้าง เอฟเอคัพ 2017 ที่ได้สิทธิ์เข้ามาแข่งขันในรอบนี้ ซึ่งหากเอาชนะ บาหลี ยูไนเต็ด ไปได้ ก็จะบุกไปปะทะ เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี ทีมแกร่งแห่งแดนมังกร ในวันอังคารที่ 30 มกราคม 2561

cr. spring news

21


“ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด เตรียมยกเครื่องครั้งใหญ่ ปิดฉากแผงหน้า BBC  และเปลี่ยนมาเป็น NHL หรือ เนย์มาร์, เอเดน ฮาร์ซาร์ และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ในอนาคตอันใกล้

ฟอร์มของ BBC หรือ คาริม เบนเซ่ม่า, แกเรธ เบล และ คริสเตียโน่ โรนัลโด ในฤดูกาลนี้ไม่เข้าตาฟลอเรนติโน เปเรซ ประธานเรอัล มาดริด และทำให้ทีมเมืองหลวงแดนกระทิงดุมีแต่ตามหลังบาร์เซโลน่า จนแทบจะหมดโอกาสลุ้นแชมป์ไปแล้ว โดย มาร์กา สื่อในสเปนระบุว่า โรนัลโด้ ที่นอกจากจะฟอร์มฝืดแล้ว ยังมีปัญหาร้าวลึกกับท่านประธาน โดยเฉพาะประเด็นการตั้งค่าฉีกสัญญาไว้สูงถึง 100 ล้านยูโร ที่จะทำให้โอกาสย้ายน้อยลงมาก เนื่องจากอายุโรนัลโด้อยู่ในช่วงปลายๆของอาชีพแล้ว

ขณะเดียวกัน เรอัล มาดริด ที่เตรียมจะเลหลัง 3 นักเตะแนวรุก ก็ให้ความสนใจที่จะฟอร์มทีมงานหน่วยล่าสกอร์ชุดใหม่ โดยมี เนย์มาร์ ที่กำลังมีปัญหากับ ปารีส แซงต์ แยร์แมง เป็นแกนหลัก รวมทั้งเอเดน อาซาร์ ของเชลซี และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ จากบาเยิร์น ซึ่งสองรายหลังเรอัล มาดริดเองก็ให้ความสนใจมาเป็นเวลานาน

เนื้อข่าวจาก  https://www.khaosod.co.th/sports/news_711480

22


ผลไม้มงคล 9 ชนิด มีอะไรบ้างที่จะช่วยเสริมเรื่องของโชคลาภวาสนา นอกจากนี้ยังดีต่อสุขภาพร่างกาย บอกได้เลยว่าหาไม่ยาก พร้อมความหมายของผลไม้แต่ละอย่าง มาดูกันเลยดีกว่าว่ามีผลไม้ที่คุณชอบทานกันไหม



1. แอปเปิ้ล เชื่อกันว่าจะทำให้สุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ โดยเฉพาะสาวๆที่ต้องการควบคุมน้ำหนักแล้วล่ะก็ ขอบอกว่ายิ่งกินยิ่งดี เพราะในแอปเปิลมีทั้งแป้งและน้ำตาลสูงถึงร้อยละ 75 ซึ่งเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว ร่างกายสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที ลดอาการอยากอาหารและไม่รู้สึกอ่อนเพลียหรือหงุดหงิด



2. ทับทิม เชื่อกันว่าจะทำให้ครอบครัวอบอุ่น ไม่มีเรื่องขัดแย้งบาดหมางกัน ทั้งยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยลดภาวะการสะสมของไขมันที่เกาะอยู่ตามผนังเส้นเลือด ทั้งยังเป็นยาบำรุงกำลัง ฟอกเลือด ปรับฮอร์โมนในสตรีวัยหมดประจำเดือนได้อีกด้วย



3. องุ่น เชื่อกันว่าจะทำให้การงานเจริญก้าวหน้า บวกกับวิตามินและสารอาหารที่อัดแน่นอยู่ในผลไม้ลูกจิ๋วยังมีส่วนช่วยให้ผนังหลอดเลือดแข็งแรง ซึ่งช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับระบบเลือดและหัวใจได้



4. สับปะรด เชื่อกันว่าจะทำให้เกิดความรอบคอบ รอบรู้ และมองการณ์ไกล โดยคุณประโยชน์ด้านสารอาหารนั้น สับปะรดเป็นผลไม้ที่ช่วยย่อยเนื่องจากมีใยอาหารสูง ทั้งยังช่วยลดคอเลสเตอรอลควบคุมน้ำตาลในเส้นเลือดอีกด้วย



5. กล้วย เชื่อกันว่าจะทำให้มีบริวารดี มีบุตรสืบสกุล ที่สำคัญ ผลไม้ชนิดนี้ยังอุดมไปด้วยแมกนีเซียมและโพแทสเซียม ช่วยให้ร่างกายสดชื่นมีเรี่ยวแรงและลดอาการอย่างนิโคตินได้ ฉะนั้นใครที่ต้องการเลิกบุหรี่ไม่ควรพลาด



6. สาลี่ เชื่อกันว่าจะทำให้มีโชคลาภและพบเจอแต่เรื่องดีๆ โดยสาลี่นั้น ถือว่าเป็นผลไม้ธาตุเย็น ทำให้รู้สึกสดชื่อและดับกระหายเวลาทาน ทั้งยังช่วยถอนพิษไข้ในเวลาเจ็บป่วยได้อีกด้วย



7. ลิ้นจี่ เชื่อว่าจะช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิต พร้อมทั้งบำรุงอวัยวะภายในและระบบประสาท



8. ส้ม เชื่อกันว่าจะทำให้โชคดี ร่ำรวย และด้วยความเต็มเปี่ยมไปด้วยวิตามินซี ส้มจึงช่วยให้สุขภาพดีและช่วยสร้างกระดูกอ่อนให้แข็งแรง รวมถึงการชะลอริ้วรอยแห่งวัย



9. ลูกพลับ เชื่อกันว่าจะเสริมสร้างความหนักแน่นมั่นคง แถมยังช่วยลดความดันโลหิต และบรรเทาอาการปวดประจำเดือน, ไอ หรือ เจ็บคอ ได้อีกด้วย

ข้อมูล news-lifestyle.com

       

23


วันนี้เราเอาใจเพื่อนๆ iHome108 ที่ชอบปลูกต้นไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับจัดสวน เราแนะนำไอเดียการปลูกไม้มงคลไว้ในบ้าน เพื่อความเป็นมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย ให้มีสิ่งที่เป็นมงคลมาอยู่ในบ้าน ต้นไม้มงคลก็มีมากมายหลากหลายประเภท ทั้งแบบไม้ดอกและไม้ใบ เราเลยรวบรวมพันธุ์ไม้ที่น่าสนใจนำเสนอในบทความนี้ จะปลูกไว้ในสำนักงาน ที่ทำงาน หรือมุมต่างๆ ภายในบ้าน เพื่อเสริมมงคลให้ผู้ปลูก

1.ต้นธรรมรักษา หรือ เฮลิโคเนีย Heliconia



ดอกไม้ประจำจังหวัดลำปาง มีหลายสายพันธุ์มีชื่อภาษาไทยต่าง ๆ กัน เช่น ธรรมรักษา ก้ามกุ้ง ก้ามกั้ง สร้อยกัทลี เฮลิโคเนียนำมาจากชื่อ เฮลิคอน ที่เป็นภูเขาสถิตของเทพธิดา 9 พระองค์ที่เรียกว่า มิวส์ (Muses) ซึ่งมีความงามเป็นอมตะเช่นเดียวกับ เฮลิโคเนียที่มีอายุยืนยาว



นิยมใช้เป็นไม้ตัดดอก ไม้กระถาง และตกแต่งสถานที่ทั้งในและต่างประเทศมีมากมายหลายพันธุ์ เป็นไม้อวบน้ำยืนต้น มีลำต้นใต้ดิน เรียกว่าเหง้า ส่วนของลำต้นเหนือดินเรียกว่า “ต้นเทียม” (pseudostem) ประกอบด้วยส่วนของลำต้น (stem) และใบเมื่อเจริญเต็มที่ มักมีช่อดอก (infloescemce) แทงออกที่ส่วนกลางของต้นเทียม ลำต้นประกอบด้วยกาบใบ (leaf sheath) วางซ้อนสลับไปมา



2.ไผ่กวนอิม Lucky bambooไม้มงคลโบราณประจำบ้าน



“ไผ่กวนอิม” ในต่างประเทศในภาษาอังกฤษก็เรียกกันไปหลากหลาย Ribbon dracaena, Lucky bamboo, Belgian evergreen, Ribbon plant ได้รับความนิยมไปทัั่วโลก รวมทั้งเมืองไทยเอง



“ไผ่กวนอิม”มีความเชื่อในเรื่องโชคลาภว่าจะนำพาในเรื่องความมั่งคั่ง ไม้มงคลโบราณปลูกแล้วร่ำรวย นำพาความร่ำรวย บังเกิดโชคลาภ

3.โป๊ยเซียน ต้นไม้แห่งโชคลาภ ของเทพยดาทั้ง 8 องค์



โป๊ยเซียน ต้นไม้แห่งโชคลาภตามความเชื่อที่มีมาอย่างยาวนาน ต้นไม้แห่งโชคลาภตามความเชื่อถือแต่โบราณ ทั้งคนไทยและที่แน่นอนได้รับอิทธิพลจากความเชื่อแบบคนจีน



โป๊ยเซียนมาจากภาษาจีน แปลว่าเทพยดาทั้ง 8 องค์ ได้แก่ เซียนทิก๋วยลี้ เซียนฮั่นจงหลี เซียนลือท่งปิน เซียนเจียงกั๋วเล้า เซียนหลันไฉ่เหอ เซียนฮ่อเซียนโกว เซียนหันเซียงจือ เซียนเชาก๊กกู๋ เชื่อกันว่า ถ้าบ้านใดมีดอกโป๊ยเซียนครบ 8 ดอก จะนำความโชคดีมาให้แก่ผู้ปลูก

4.ต้นบอนสี เป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย



บอนสี เป็นไม้ประดับที่มีใบสวยงามและเป็นไม้มงคล มีสีสันที่หลากหลายแปลกตาและเป็นเอกลักษณ์ จนได้รับการยกย่องว่าเป็น “ราชินีแห่งไม้ใบ” Queen of the Leafy Plants ลักษณะใบ สีสันสวยงาม และดอกมีเกสรเป็นแท่งยาวโผล่ออกมา ดอกมีสีขาวหรือสีชมพู รังไข่ใต้วงกลีบ มีกลิ่นฉุน



เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ทรงเสด็จนิวัตพระนครหลังเสด็จประภาสยุโรป ราวปี พ.ศ. 2444 ทรงนำพันธุ์ไม้หลายชนิดจากยุโรปเข้ามาปลูกในประเทศไทย ในจำนวนพันธุ์ไม้เหล่านี้มีบอนฝรั่งหรือบอนสีรวมอยู่ด้วย ในช่วงแรกปลูกเลี้ยงกันเฉพาะในกลุ่มของเจ้านายและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่

ต้นบอนสี สวยงามและเป็นไม้มงคล พรรณไม้เก่าแก่ ที่ปลูกไว้คู่บ้านคู่เมืองของคนไทยมายาวนาน คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นบอนสีไว้ประจำบ้านช่วยคุ้มครองให้เกิดความสงบสุข  เพื่อเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย

5.ต้นเล็บครุฑ จะช่วยให้รอดพ้นจากภยันตราย



ต้นเล็บครุฑมีกว่า 100 ชนิด ที่เรียกเป็นภาษาไทยว่าเล็บครุฑนั้นเพราะ ปลายใบมีลักษณะหงิกงอคล้ายเล็บของครุฑ เล็บครุฑที่นิยมปลูกเป็นไม้มงคล จะมีเล็บครุฝอย ,เล็บครุฑทอง เล็บครุฑใบเฟิร์น,เล็บครุฑบริพัตร,เล็บครุฑใบกุหลาบ



เป็นไม้มงคลที่ถือตามความเชื่อว่าเป็นไม้มงคล ปลูกไว้แล้วจะช่วยให้รอดพ้นจากภยันตราย ผู้ปลูกควรปลูกในวันอังคาร เพราะโบราณเชื่อว่าการปลูกไม้เพื่อเอาประโยชน์ทั่วไปทางใบ ให้ปลูกในวันอังคาร

ขอบคุณข้อมูลจาก   https://www.sanook.com/home/12853/

24


ประกันสังคม ตรวจสุขภาพ ฟรี

    โดยเมื่อปีที่แล้วทางสำนักงานประกันสังคมได้ออกสิทธิประโยชน์ ประกันสังคม ตรวจสุขภาพ ฟรี ให้ผู้ประกันตน เริ่มใช้สิทธิตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 เป็นต้นมา โดยมีรายละเอียดแจ้งโดย รพ.คู่สัญญาทั่วประเทศ เริ่มวันแรกตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 มกราคม 60 ที่ผ่านมา  โดยการตรวจสุขภาพผู้ประกันตนทั้งหมด 12 ล้านคน  โดยออกสิทธิประโยชน์ตรวจสุขภาพให้กับผู้ประกันตนแบ่งเป็นช่วงอายุตามความจำเป็น

ประกันสังคม ตรวจสุขภาพ ฟรี

    โดยเมื่อปีที่แล้วทางสำนักงานประกันสังคมได้ออกสิทธิประโยชน์ ประกันสังคม ตรวจสุขภาพ ฟรี ให้ผู้ประกันตน เริ่มใช้สิทธิตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 เป็นต้นมา โดยมีรายละเอียดแจ้งโดย รพ.คู่สัญญาทั่วประเทศ เริ่มวันแรกตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 มกราคม 60 ที่ผ่านมา  โดยการตรวจสุขภาพผู้ประกันตนทั้งหมด 12 ล้านคน  โดยออกสิทธิประโยชน์ตรวจสุขภาพให้กับผู้ประกันตนแบ่งเป็นช่วงอายุตามความจำเป็น



อาทิ การตรวจเต้านมโดยแพทย์หรือบุคลากรสาธารณสุข ผู้ประกันตนอายุ 30-39 ปี ตรวจได้ทุก 3 ปี แต่ถ้าอายุ 40-54 ปี ตรวจได้ทุกปี หรือการตรวจน้ำตาลในเลือด อายุ 35-54 ปี ตรวจทุก 3 ปี หากอายุ 55 ปีขึ้นไป ตรวจได้ 1 ครั้งต่อปี ส่วนการเอกซเรย์ทรวงอก ได้ปีละ 1 ครั้ง อายุ 15 ปีขึ้นไป โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 ที่ผ่านมานั้นเองค่ะ

ประกันสังคม ตรวจสุขภาพ-3ตรวจสุขภาพผู้ประกันตนฟรี สามารถที่จะตรวจอะไรได้บ้าง

    สำหรับ ประกันสังคม ตรวจสุขภาพ ตามสิทธิ์ของผู้ประกันตนนั้น ได้แบ่งตามกลุ่มอายุตามกลุ่มด้านบนนอกจากนี้ยังจะส่วยเเบ่งเป็นระบบต่างๆเพื่อง่ายต่อการเข้ารับบริการและง่ายต่อการจัดสรร ของแต่ละโรงพยาบาล โดยมีรายละเอียดต่างๆดังต่อไปนี้



ประกันสังคม ตรวจสุขภาพ-5ตรวจสุขภาพผู้ประกันตนฟรี :  ตามระบบร่างกาย ได้แก่

   - การคัดกรองการได้ยิน Finger Rub Test อายุ 15 ปีขึ้นไป โดยให้ตรวจได้ 1 ครั้งต่อปี

   - การตรวจเต้านมโดยแพทย์หรือบุคลากรสาธารณสุข อายุ 30-39 ปี ความถี่ตรวจได้ทุก 3 ปี อายุ 40-54 ปี ตรวจทุกปี อายุ 55 ปีขึ้นไป ตรวจตามความเสี่ยง

   - การตรวจตาโดยความดูแลของจักษุแพทย์ อายุ 40-54 ปี ตรวจได้ 1 ครั้งต่อปี อายุ 55 ปีขึ้นไป ตรวจทุก 1-2 ปี

   - การตรวจด้วยสาขา Snellen eye Chart อายุ 55 ปีขึ้นไป ตรวจได้ 1 ครั้งต่อปี



ตรวจสุขภาพผู้ประกันตนฟรี  : โดยการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ได้แก่

   - ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด CBC อายุ 18-54 ปี ตรวจ 1 ครั้ง อายุ 55-70 ปี ตรวจ 1 ครั้งต่อปี

   - การทำงานของไต อายุ 55 ปี ตรวจ 1ครั้งต่อปี

   - ไขมันในเส้นเลือดชนิด Total HDL cholesterol อายุ 20 ปี ตรวจทุก 5 ปีขึ้นไป



ตรวจสุขภาพผู้ประกันตนฟรี  : การตรวจอื่นๆ มีดังนี้

   - เชื้อไวรัสตับอักเสบ HBsAg ตรวจ 1 ครั้ง

   - มะเร็งปากมดลูก Pap Smear ตรวจอายุ 30-54 ปี ตรวจทุก 3 ปี อายุ 55 ปีขึ้นไปตรวจตามความเหมาะสม หรือ

   - ตรวจมะเร็งปากมดลูกวิธี VIA อายุ 30-54 ปีขึ้นไปตรวจทุก5 ปี อายุ 55 ปีขึ้นไป

   - แนะนำให้ตรวจแปปสเมียร์.ตรวจเลือดในอุจจาระ FOBT อายุ 50 ปีขึ้นไป ตรวจ 1 ครั้งต่อไป



ตรวจสุขภาพผู้ประกันตนฟรี : การเอ็กซ์เรย์ทรวงอก

   - การเอ็กซ์เรย์ทรวงอก Chest x–ray อายุ 15 ปีขึ้นไป ตรวจ 1 ครั้ง



เตรียมเอกสารอะไรบ้างไปยื่นรับสิทธิตรวจสุขภาพ ฟรี!

    โดยผู้ประกันตนฟรีสามารถขอรับใช้สิทธิตรวจสุขภาพ ได้จากโรงพยาบาลที่เราเลือกใช้สิทธิประกันตนเท่านั้นไม่สามารถไปใช้สิทธินอกเหนือจากโรงพยาบาลที่เราเลือกได้ค่ะ

แชร์ประสบการณ์ตรง การรับสิทธิตรวจสุขภาพ ฟรี!

    ประกันสังคม ตรวจสุขภาพ-1นอกจากนี้เรายังมีประสบการณ์ตรงจากคุณ  สมาชิกหมายเลข 1600078 สามาชิกจากเว็บไซต์ pantip ที่ได้มาแชร์ให้เราฟังอีกค่ะว่าเป็นอย่างไร แชร์ประสบการณ์ตรวจสุขภาพฟรีจากประกันสังคม ส่วนเรื่องราวจะเป็นอย่าไรนั้นเดี๋ยวเราไปรับฟังกันเลยค่ะ



เราไปลองใช้สิทธิมาแล้ว เลยอยากมาแชร์ประสบการณ์ให้ฟังค่ะ โรงพยาบาลที่เราไปตรวจ เป็นโรงพยาบาลเอกชนแถวๆท่าพระค่ะ ก่อนอื่นขอแจ้งจุดบกพร่องสำคัญที่พบ คือ ขาดการอบรมเจ้าหน้าที่และพยาบาล ทั้งๆที่ ปกส. ประกาศตั้งแต่ปีที่แล้ว ถึงวันนี้ก็ประมาณ 1 เดือนแล้ว แต่ส่วนใหญ่ยังไม่ทราบรายละเอียดเรื่องการตรวจ ไม่รู้ขั้นตอน บางคนถึงขั้นที่ไม่รู้เกี่ยวกับสิทธินี้เลย ไม่รู้ว่าโรงพยาบาลอื่นๆเป็นแบบนี้หรือเปล่านะคะ ทุกจุดที่เราไปติดต่อ รวมๆแล้วมีคนทราบเรื่องอยู่ไม่เกิน 3 คน และ 3 คนนี้ก็ยังไม่มีความเข้าใจสักเท่าไหร่ แต่ต้องขอบคุณพี่พยาบาล พ. ในความพยายามช่วยเหลือให้ได้รับการตรวจค่ะ

    เริ่มจากเราไปรักษาตามปกติ แล้วเห็นป้ายติดที่จุดคัดกรองว่า "ตรวจสุขภาพฟรีประกันสังคมติดต่อที่นี่" เราเลยสอบถามดู เค้าไม่รู้เรื่องค่ะ เค้าหันไปถามอีกคนให้ อีกคนบอกว่าคนไข้ต้องมีใบนัดเล็กๆ แต่ไม่รู้ว่าใบนัดนั้นได้มาจากไหน โชคดีที่พี่อีกคนที่นั่งซักประวัติคนไข้อยู่ข้างๆเค้าทราบเรื่อง เค้าให้เรารอแล้วก็ออกใบนัดให้เรา ขอเรียกคนนี้ว่าพี่ พ. นะคะ เค้าเป็นคนเดียวที่ดูรู้เรื่องและพยายามช่วยเหลือเรามากที่สุดค่ะ ทั้งๆที่ใบนัดและรายละเอียดสิทธิ ก็อยู่ที่เคาน์เตอร์จุดคัดกรองนั่นแหล่ะค่ะ แต่ไม่รู้ทำไมคนอื่นถึงทำหน้างง ใบนัดจะเป็นใบสี่เหลี่ยมเล็กๆ มีรายการตรวจที่พยาบาลเลือกให้ตามตารางตรวจที่เค้ามี หัวใบนัดไม่ได้เป็นชื่อโรงพยาบาลนะคะ แต่เป็นชื่อสำนักงานประกันสังคม หลังจากได้วันนัดเรียบร้อย เค้าก็ลงวันนัดในสมุดนัดตรวจสุขภาพ

    แต่ด้วยความที่ พี่ พ. เค้าก็ยังไม่เข้าใจรายละเอียดดี เค้าเลยบอกเราว่ามากี่โมงก็ได้ สรุปเลยนัดเป็นบ่าย 2 เรื่องเวลานัด ควรศึกษาก่อนว่าวันเวลาที่เรานัด มีหมอที่เราจะตรวจอยู่ครบไหม ตรวจแล็ป ผลฟิล์มจะได้ผลวันนั้นทันไหม อย่างของเรา พอถึงวันตรวจจริงๆ มันมีการตรวจฟันด้วย และหมอฟันกลับบ่าย 2 เรื่องรอฟิล์มเอ็กซ์เรย์อีก ทำให้เราต้องไปฟังผลฟิล์มและตรวจฟันอีกวันนึง จริงๆแล้ว เราคิดว่าถ้าเราวางแผนเวลาดีๆ ตรวจวันเดียวน่าจะเสร็จหมดค่ะ

วันนัด เรามาก่อนเวลาค่ะ มาถึงบ่ายโมงครึ่ง



1.ไปยื่นบัตรประชาชนกับใบนัดที่เวชระเบียน

    เจ้าหน้าที่งงค่ะ ถามว่าเราตรวจสุขภาพไปทำอะไร สิทธิฟรีอะไร ตรวจฟรีเป็นพนักงานที่นี่หรอ เอาใบนัดนี้มาจากไหนแล้วพี่อีกคนมาช่วยดู บอกว่าเป็นสิทธิฟรีประกันสังคม แล้วเค้าก็สอนงานกัน คีย์แบบนี้ๆๆนะ (ถ้าฟังไม่ผิด ยังไม่ค่อยมีคนมาใช้สิทธิ์นี้ ทุกคนเลยดูงงกันไปหมด แต่เรางงกว่าที่เค้าไม่ได้อบรมพนักงานกันเลยหรอ) เสร็จแล้วก็คืนบัตรกับใบนัดให้เรา แล้วให้เราไปจุดที่ 2

2.วัดความดัน, อัตราการเต้นหัวใจ ได้ค่าความดัน ค่าหัวใจเป็นใบเล็กๆมาใบนึง แล้วให้เราไปรอจุดคัดกรอง

    นั่งรอเค้าเรียกชื่อค่ะ แล้วก็ให้ใบนัดกับใบวัดความดันไป พยาบาลก็ถามน้ำหนัก วัดส่วนสูง คำนวณ BMI โชคดีที่จุดนี้ คนซักประวัติเราคือ พี่ พ. เราเลยไม่ต้องอธิบายเยอะว่าเรามาตรวจอะไร แต่พี่เค้าก็ยังดูงงๆนะ ถามไป เปิดแฟ้มไป มีใบซักประวัติขนาด A4 3 หน้า



หน้าแรก

    - เขียนข้อมูลเรา

    - คำถามเกี่ยวกับพ่อแม่เคยเป็นโรคต่างๆไหม เช่น เบาหวาน หัวใจ ความดัน เกาท์ ไตวาย ถุงลมโป่งพอง

    - พี่น้องเคยเป็นโรคต่างๆไหม เช่น เบาหวาน หัวใจ ความดัน เกาท์ ไตวาย ถุงลมโป่งพอง

    - ตัวเราเคยเป็นโรค เคยมีอาการ/พฤติกรรมต่างๆ เคยตรวจนู่นนี่นั่นไหม เช่น เบาหวาน กินเยอะแต่ผอม คันผิวหนังและอวัยวะเพศตาพร่ามัว ดื่มน้ำเยอะ ชาปลายมือและเท้า



หน้าสอง

    - ถามพฤติกรรมกินเหล้า สูบบุหรี่ ออกกำลังกาย รสชาติอาหารที่ชอบทาน หน้าสาม เป็นรายการตรวจ การตรวจจะตรวจตามเกณฑ์อายุ เค้าจะมีตารางเกณฑ์อายุ/เพศ จะตรวจอะไรได้บ้าง พยาบาลเค้าจะติ๊กให้เราตั้งแต่วันให้ใบนัดแล้วค่ะว่าตรวจอะไรบ้าง แต่ละคนจะได้ไม่เหมือนกัน แล้วแต่เพศและอายุ รายการตรวจก็จะมีประมาณนี้ค่ะ

    - ตรวจตามระบบ การได้ยิน, เต้านม, ตรวจตา

    - ตรวจแล็ป ตรวจเลือด, ตรวจปัสสาวะ

    - ตรวจสารเคมีในเลือด น้ำตาล, ไขมัน, ตรวจไต

    - ตรวจอื่นๆ ไวรัสตับอักเสบ, มะเร็งปากมดลูก, เอ็กซเรย์ปอด

    - ตรวจทันตกรรม

    ซักประวัติเราเสร็จ พี่ พ. ก็บอกต้องว่าเราไปเจาะเลือด ไปเอ็กซเรย์ ไปตรวจฟัน และเก็บปัสสาวะด้วย สำคัญ มะเร็งปากมดลูก อายุไม่ถึง 30 ก็ตรวจได้ค่ะ ตามตารางที่พยาบาลมี เค้าจะระบุให้ตรวจมะเร็งปากมดลูกอายุ 30 ปีขึ้นไป ตรวจทุก 3 ปี แต่เราอายุไม่ถึง ถ้าดูตามตารางของเค้า เค้าจะไม่ให้เราตรวจ แต่ก่อนหน้านี้ เราเถียงกับพยาบาลจนได้ตรวจฟรีตามสิทธิไปแล้วค่ะ ครั้งนี้เราเลยไม่ต้องตรวจ ขอเล่ารายละเอียดนะค่ะ

ก่อนหน้านี้เรามาพบหมอสูติฯ แล้วเราก็ถามค่าใช้จ่ายในการตรวจ pap smear พยาบาลในห้องตรวจสูติฯ เค้าบอกว่าถ้าเรามีสิทธิประกันสังคมที่นี่ ก็ตรวจฟรี ครั้งหน้าให้เรามาแล้วแจ้งเลยว่าจะตรวจ พอถึงวันที่หมอนัดอีกที เราก็เลยแจ้งที่จุดคัดกรองว่าจะตรวจ pap smear ฟรีด้วย พยาบาลบอกว่าเราไม่มีสิทธิตรวจฟรี เราก็ยืนยันว่าเรามีประกันสังคมที่นี่ ตรวจฟรีได้ เค้าก็ไปรื้อๆเอกสาร บอกเราว่าตรวจตามตารางนี้ เราอายุไม่ถึง 30 ตรวจไม่ได้ เราก็หยุดเถียงกับเค้า แล้วโทรหาประกันสังคม ส่วนเค้าก็ไปเดินถามคนอื่นมา ข้อมูลจากประกันสังคม เค้าอ่านๆๆๆให้เราฟังค่ะ กว่าจะอ่านจบก็ฟังหูอื้อ สรุปใจความที่เราถามย้ำเค้า คือ เราอายุไม่ถึง 30 สามารถตรวจ pap smear ฟรีได้ สิทธิตรวจสุขภาพนี้ใช้ได้ทั้งผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39

    เราวางสาย คุณพยาบาลก็มาบอกเราว่า เราตรวจได้นะ แล้วก็ว่าเรา ว่าไม่บอกตั้งแต่แรกว่าใช้สิทธิอะไร คือหนูงงกับป้ามากกก ที่หนูพูดๆไป ไม่เข้าหูป้าเลยยยยยยยยยย แต่เราก็ไม่พูดไรต่อแล้วค่ะ เพลีย สรุปวันนั้นเราก็ได้ตรวจไปแล้ว ส่งไปรษณีย์มาให้แล้ว ผลปกติค่ะ

    ขั้นตอนตรวจ pap smear หมอให้เปลี่ยนเป็นผ้าถุงของโรงพยาบาลค่ ถอดกางเกงชั้นใน แล้วขึ้นขาหยั่ง อ้าขาให้หมอดู แถมมีพยาบาลผู้ช่วยอีกคน ก็อายนะ แต่เราเป็นหมอผู้หญิงเลยไม่อายมาก เค้าเอาปากเป็ด สอดเข้าไปในช่องคลอด แล้วก็เอาอะไรสักอย่างแหย่เข้าไป เรามาหาข้อมูลทีหลัง น่าจะเป็นก้านสำลีที่แหย่เข้าไปเพื่อเก็บตัวอย่างเซลล์ไปตรวจค่ะ หมอก็กดๆบริเวณท้องน้อย

4.ไปเจาะเลือด อันนี้ไม่นานค่ะ แปปเดียว แล้วก็ให้อีกคนพาเราไปห้องเอ็กซเรย์

5.ไปเอ็กซเรย์ ที่หน้าเคาเตอร์ห้องเอ็กซเรย์ก็งงไปตามระเบียบอ่ะค่ะ ถามเราว่าตรวจอะไร จะเอาผลฟิล์มไปทำไม เราเริ่มหงุดหงิด เค้าก็เลยโทรถามกันเอง ส่วนเราก็เปลี่ยนเสื้อ ถอดเสื้อใน แล้วเข้าห้องเอ็กซเรย์ เอาหน้าอกชิดแผ่น หายใจเข้าแล้วกลั้นไว้ แปปนึงก็เสร็จค่ะ พอดีเค้าบอกว่าห้องเจาะเลือดโทรตามเราไปเจาะอีกรอบ

6.เจาะอีกรอบค่ะ เมื่อกี้เก็บเลือดน้อยเกินไป ไม่พอตรวจ เราไม่ซีเรียส เพราะเราไม่ได้กลัวเข็มอยู่แล้ว ถ้าคนกลัวเข็ม บอกเค้าให้เจาะทีเดียวเยอะๆไปเลยนะคะ จะได้ไม่เจ็บตัวหลายที เจาะเสร็จเค้าบอกให้เราไปกินข้าวก่อน รอผลเลือดประมาณชั่วโมงนึง

7.กินข้าวเสร็จ ก็ไปนั่งรอผลเลือด รอฟิล์ม ระหว่างรอเราก็ถาม พี่ พ.

    - หนูไม่ต้องพบหมอหรอคะ เค้าก็บอกไม่ต้องพบ

    - หนูยังไม่ได้ตรวจฟันเลยนะคะ เค้าก็จะส่งไปตรวจอีกตึกนึง โทรไปเช็คให้ หมอฟันกลับแล้ว

    - หนูยังไม่ได้เก็บปัสสาวะนะคะ เค้าบอกไม่อันนี้ไม่ต้องตรวจ (งงไหมมมมม ถามใจดู 55555)

    ประมาณบ่าย 3 ผลเลือดออกก่อนค่ะ มีบางค่าต่ำกว่าเกณฑ์ แต่ผลฟิล์มยังไม่ออก เลยนัดเราวันจันทร์ ให้มาพบหมอ ฟังผลด้วย (เมื่อกี้บอกว่าไม่ต้องพบ งงอีกที 55555) และดูฟิล์มด้วย และจะได้ไปตรวจฟันด้วย ตอนแรกจะไม่ออกใบนัดให้เรา เราไม่ยอมค่ะ     เพราะขนาดมีใบนัดมายังทำหน้างงตั้งแต่ชั้น 1 ถึงชั้น 3 จนพยาบาลยอมออกใบนัดให้ ระหว่างรอใบนัด ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เราก็เปิดแฟ้มประวัติเราดูเล่นๆรอ จนพยาบาลอีกคน ดุ พี่ พ. ค่ะ ว่าให้คนไข้ถือแฟ้มดูเองได้ไง ถ้าให้คนไข้ดูเองได้ ก็ให้เอาแฟ้มกลับบ้านกันไปแล้วสิ

    อันนี้เราก็ไม่รู้ว่าทำไม เพราะเคยรักษาศิริราช เราก็ถือแฟ้มไปถือแฟ้มมา ก็เปิดดูตลอด ไม่เห็นใครว่า เราก็ดูของเราเองนะ ไม่ได้ไปเปิดของคนอื่น แล้วบอกดีๆไม่ได้หรอ ทำไมต้องมาแว้ดๆ พี่ พ. ของเราด้วย เก่งจัง แต่ทำไมไม่รู้เรื่องตรวจlสุขภาพฟรีของประกันสังคมนะ 55555555 ตอนนี้ก็รอวันจันทร์ค่ะ แล้วจะมาเล่าต่อนะคะ ไม่รู้จะเจออะไรงงๆอีก



ขอขอบคุณข้อมูลประสบการณ์ตรงจากคุณ สมาชิกหมายเลข 1600078 สมาชิกจากเว็บไซต์ pantip.com

ข้อมูลและภาพจาก dotproperty

25


สำหรับพนักงานบริษัทที่ทำงานและมีการส่งประกันสังคม และต่อมาต้องว่างงานแต่เคยจ่ายเงินเข้าสมทบประกันสังคม ถึงเวลาแล้วที่คุณจะได้รับการเยียวยา หรือได้รับเงินชดเชยจากกรณีนี้ จะต้องทำอย่างไรบ้างถึงจะได้รับสิทธิ ตามมาดูกันเลย

หลักเกณฑ์ที่จะทำให้คุณได้สิทธิ ได้แก่…

    1. ต้องจ่ายเงินสมทบประกันสังคมมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนการว่างงาน

    2. ถูกเลิกจ้าง ลาออก หรือสิ้นสุดสัญญาจ้าง โดยไม่มีความผิดตามกฎหมาย

    3. ต้องไปขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานที่สำนักงานจัดหางานของรัฐภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ว่างงาน (หากยื่นสิทธิเกินกว่า 30 วัน จะไม่ได้รับสิทธิย้อนหลัง)



สิทธิที่จะได้รับเมื่อว่างงาน แบ่งเป็น 2 กรณี คือ

1. กรณีถูกเลิกจ้าง

    ได้รับเงินทดแทนระหว่างการว่างงานปีละไม่เกิน 180 วัน ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย โดยฐานเงินสมทบสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท

    เช่น ถ้าผู้ประกันตนมีเงินเดือนเฉลี่ย 10,000 บาท จะได้รับเดือนละ 5,000 บาท หรือ ถ้าผู้ประกันตนมีเงินเดือนเฉลี่ย 40,000 บาท จะได้รับเพียงเดือนละ 7,500 บาท(คิดจากฐานค่าจ้าง 15,000 บาท)

2. กรณีลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้าง

    ได้รับเงินทดแทนระหว่างการว่างงานปีละไม่เกิน 90 วัน ในอัตราร้อยละ 30 ของค่าจ้างเฉลี่ย โดยฐานเงินสมทบสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท

ส่วนกรณี ถ้าผู้ประกันตนมีเงินเดือนเฉลี่ย 10,000 บาท จะได้รับเดือนละ 3,000 บาท หรือ

ถ้าผู้ประกันตนมีเงินเดือนเฉลี่ย 60,000 บาท จะได้รับเงินเพียงเดือนละ 4,500 บาท (คิดจากฐานค่าจ้าง 15,000 บาท)

ทั้งนี้ผู้ประกันตนยังสามารถใช้สิทธิประกันสังคมต่อได้อีก 6 เดือน หลังจากลาออกโดยมิต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใดๆ

มื่อคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องการใช้สิทธิ จะต้องเตรียมหลักฐานต่างๆ ให้พร้อมเพื่อใช้ขอรับประโยชน์ทดแทน ดังต่อไปนี้

    1. แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน (สปส. 2-01/7)

    2. บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมสำเนา

    3. รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว 1 รูป

    4. สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หน้าแรก

เมื่อคุณสมบัติครบถ้วน ให้นำหลักฐานไปยื่นได้ที่สำนักงานจัดหางานของรัฐที่ไหนก็ได้ที่สะดวก สำนักงานประกันสังคมก็จะทำการโอนเงินทดแทนการขาดรายได้ตามสิทธิให้ผู้ประกันตน ผ่านทางบัญชีธนาคารเดือนละ 1 ครั้ง และได้รับไปจนกว่าจะมีงานทำหรือครบสิทธิตามกำหนดที่กล่าวไว้ข้างต้น

    สำหรับใครที่ยังมีคำถามหรือมีข้อสงสัยบางประการ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน 1506 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือที่เวปไซต์ของสำนักงานประกันสังคม ที่มีการอธิบายรายละเอียดไว้อย่างครบถ้วนแล้ว

    เงินประกันสังคมที่คุณจ่ายไปไม่สูญเปล่าแน่นอน หากวันนั้นมาถึง อย่าลืมไปแสดงตัวเพื่อใช้สิทธิกันด้วยนะคะ อย่างน้อยก็จะได้มีเงินมาจุนเจือครอบครัว หรือเก็บเป็นเงินก้อนไว้ลงทุนสร้างเนื้อสร้างตัวในอนาคตก็ได้

นส่วนหลักฐานที่ต้องใช้เพื่อขอรับประโยชน์ทดแทน กรณีว่างงาน

1. แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน (สปส. 2-01/7)

2. บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

3. รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว 1 รูป (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน)

4. หนังสือรับรองการออกจากงานหรือสำเนาแบบแจ้งการลาออกจากงานของผู้ประกันตนออกจากงานของผู้ประกันตน (สปส. 6 -09) กรณีที่ไม่มีสำเนา สปส.6-09 ก็สามารถไปขึ้นทะเบียนกรณีว่างงานได้

5. หนังสือหรือคำสั่งของนายจ้างให้ออกจากงาน (ถ้ามี)

6. สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หน้าแรกซึ่งมีชื่อและเลขที่บัญชีของผู้ประกันตน ผ่าน 11 ธนาคาร ดังนี้

    1) ธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน)

    2) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด(มหาชน)

    3) ธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน)

    4) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน)

    5) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)

    6) ธนาคารทหารไทย จำกัด(มหาชน)

    7) ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)

    8) ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย จำกัด (มหาชน)

    9) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

    10) ธนาคารออมสิน (ไม่สามารถใช้งานได้เนื่องจากอยู่ในระหว่างการปรับปรุงโปรแกรม)

    11) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) (ไม่สามารถใช้งานได้เนื่องจากอยู่ในระหว่างการปรับปรุงโปรแกรม)

ข้อมูลและภาพจาก samunpaisecrete

26


1. วัดถํ้าเสือ



วัดถ้ำเสือ จังหวัดกระบี่ มีความสวยงาม มหัศจรรย์ และเป็นที่ปฏิบัติธรรมวิปัสสนากรรมฐานที่น่าสนใจ สภาพโดยทั่วไปของ วัดถ้ำเสือมีลักษณะ เป็นสวนป่า เป็นโพรงถ้ำ มีเพิงผาและแหล่งถ้ำธรรมชาติ เช่น ถ้ำคนธรรพ์ ถ้ำลอด ถ้ำช้างแก้ว ถ้ำลูกธนู ถ้ำงู ถ้ำเต่า ถ้ำมือเสือ สิ่งสำคัญใน "วัดถ้ำเสือ" นั้นที่ดูเหมือนจะโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์มากที่สุดและ เป็นที่นิยมชื่นชอบของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

        วัดถ้ำเสือ อยู่ห่างจากตัวเมืองกระบี่ประมาณ 9 กิโลเมตร ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ บ้านถ้ำเสือ ตำบลกระบี่น้อย อ.เมือง จ.กระบี่ พื้นที่บริเวณวัดประมาณ 200 ไร่ ประกอบไปด้วยพื้นที่ราบ หุบเขาและยอดเขา

        การเดินทาง จากตัวเมืองกระบี่ เลี้ยวซ้ายที่สี่แยกตลาดเก่า ใช้เส้นทางถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) เส้นทางอำเภอเหนือคลอง เลี้ยวซ้ายที่สามแยกถ้ำเสือไปตามถนนราษฎรพัฒนา (ทางหลวงหมายเลข 4037) ไปประมาณ 2 กิโลเมตร จะมีป้ายบอกทางอย่างชัดเจน

2. วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว จ.เพชรบูรณ์



 วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว ตั้งอยู่ที่ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ เป็นวัดที่มีความโดดเด่นอลังการไม่เหมือนใคร นอกจากทิวทัศน์สวยๆ ของทะเลภูเขารายรอบและทะเลหมอกสีขาวแล้ว ก็คือสีสันอันสดใส ที่เกิดจากการนำกระเบื้องสีถ้วยชามเบญจรงค์มุกลูกปัดแก้วแหวนเงินทอง สิ่งมีค่าต่างๆ ตลอดจนเซรามิคหลากสีสัน มาประดับประดาตกแต่งเป็นลวดลายที่สวยงาม เมื่อยามต้องแสงแดดทั่วทั้งอาณาบริเวณจะสะท้อนประกายงดงามราวกับวัดบนสรวงสวรรค์ เป็นสถานที่อันสวยงามและศักดิ์สิทธิ์ควรค่าแก่การไปเยือน

        การเดินทาง จากกรุงเทพฯใช้ทางหลวงหมายเลข 21 ผ่านจ.สระบุรี และจ.ลพบุรีจากนั้น เลี้ยวซ้ายสู่ทางหลวงหมายเลข 12 บริเวณแยกอนุสาวรีย์พ่อขุนผาเมือง ขับตรงไปเรื่อยๆทางที่จะไปแยกแคมป์สน มีจุดสังเกตคืออบต. แคมป์สนอยู่ขวามือ ขับตรงไปกลับรถทางเข้าวัดจะอยู่บริเวณปากทางเข้าหมู่บ้านทางแดงข้างๆ อบต.แคมป์สน

3. วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ จ.ลำปาง



แหล่งท่องเที่ยวอันซีนของจังหวัดลำปาง ตั้งอยู่ที่อำเภอแจ้ห่ม กับจุดชมวิวแบบพาโนรามา 360 องศา ณ วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ ที่จะทำให้คุณได้ยลโฉมวิวสวยอลังการของอำเภอแจ้ห่ม เห็นลำน้ำแม่สอย แม่มอญและแม่วัง ขนานไปกับบท้องนาเขียวขจี โดยมีภูเขาดอยปู่ยักษ์ทอดแนวยาวสุดสายตา ซึ่งจากบริเวณวัดต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อแล่นขึ้นไปที่จอดรถที่เรียกว่าดอยภูผาหมอก จากนั้นเดินต่อขึ้นไปบนจุดทิวทัศน์สูงสุดคือยอดดอยภูผาโชค รวมระยะทางประมาณ 1 กม. แม้หนทางอาจจะลำบากสักนิด แต่สิ่งที่ได้รับกลับคุ้มค่าเกินคำบรรยาย

4. วัดเจติยาคีรีวิหาร จ.บึงกาฬ



 สถานที่อันแสนเงียบสงบ "วัดภูทอก" หรือ "วัดเจติยาคีรีวิหาร" นี้คือ สถานที่ปฏิบัติบำเพ็ญธรรมท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงาม ที่แวดล้อมอยู่แฝงไว้ซึ่งเสน่ห์ทางธรรม สะพานไม้ และบันไดขึ้นชมทัศนียภาพรอบๆ ภูทอก แบบ 360 คือ มนต์เสน่ห์แห่งดินแดนธรรมอันเงียบสงบแห่งนี้ ที่สะกดให้นักท่องเที่ยวหลงใหลในความงดงาม มีทั้งหมด 7 ชั้นจากชั้น 1 – ชั้นที่ 7 จะมีบันไดไม้ให้เดินแบบตรงทอดยาวจนถึงจุดสูงสุดของยอดภูทอก และตั้งแต่ชั้นที่ 3 เป็นต้นไป นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมแบบสะพานเวียนรอบเขา ซึ่งจะได้เห็นมุมมองที่แตกต่างไปเรื่อยๆ

        ทางหลวงหมายเลข 222 ไปทางอำเภอศรีวิไล มีป้ายบอกทางเป็นระยะอยู่ห่างจากอำเภอเมืองประมาณ 50 กิโลฯ วัดภูทอก อยู่ในอาณาเขตบ้านคำแคน ตำบลนาแสง อำเภอศรีวิไล ภูทอกมี 2 ลูก คือ ภูทอกใหญ่ และภูทอกน้อย ส่วนที่นักแสวงบุญและนักท่องเที่ยวทั่วไปสามารถชมได้ คือ ภูทอกน้อย ส่วนภูทอกใหญ่อยู่ห่างออกไปยังไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวชม

5. วัดเขาสุกิม จ.จันทบุรี



เดิมเป็นสถานปฏิบัติธรรมบนเขาซึ่งเรียกกันในท้องถิ่นว่าเขาอีกิม ต่อมาในปี พ.ศ. 2507 ชาวบ้านได้นิมนต์พระอาจารย์สมชาย ฐิตวิริโย และภิกษุสามเณรจากสำนักสงฆ์เนินดินแดงซึ่งอยู่ไม่ไกล มาจำพรรษาบนเขาอีกิม พระอาจารย์สมชายได้พัฒนาวัดจนเป็นวัดใหญ่เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปและเปลี่ยนชื่อเป็นเขาสุกิม นอกจากนี้ยังได้สร้างโรงเรียนมัธยมวัดเขาสุกิมและโรงพยาบาลวัดเขาสุกิมเพื่อเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะด้วย พิพิธภัณฑ์วัดเขาสุกิม อยู่บนชั้น 3 ของตึก 60 ปีเฉลิมพระเกียรติเป็นที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุจำนวนมาก เช่นพระพุทธรูปปางต่าง ๆ ทั้งที่ด้วยศิลาและสำริด เครื่องถ้วยกระเบื้องจีนทั้งขนาดเล็กและใหญ่ นอกจากนี้ก็มีขวานหิน ฆ้อง หม้อ ไห มีด ดาบ เครื่องประดับสำริด กระต่ายขูดมะพร้าว เป็นต้น

6. วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม จ.นครราชสีมา



 วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม ตั้งอยู่บริเวณเขาสีเสียดอ้า หมู่บ้านกลางดง เป็นวัดที่ประดิษฐานพระพุทธสกลสีมามงคล เป็นชื่อที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ชาวบ้านทั่วไปมักเรียกว่า หลวงพ่อขาว หรือหลวงพ่อใหญ่ เป็นพระพุทธรูปในพระอิริยาบทนั่งปางประทานพรสีขาวขนาดใหญ่ สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก โดดเด่นอยู่บนยอดเขาสูง มีบันไดทางขึ้น ๑,๒๕๐ ขั้น หมายถึง จำนวนพระอรหันต์ที่ไปชุมนุมกันโดยมิได้นัดหมายในวันมาฆบูชา ถือว่ามีความหมายในการสร้างสุดๆ

7. วัดป่าภูก้อน จ.อุดรธานี



วัดป่าภูก้อน เกิดขึ้นจากพุทธบริษัท ที่ตระหนักถึงคุณประโยชน์ของธรรมชาติและป่าต้นน้ำลำธาร ซึ่งกำลังถูกทำลาย และเพื่อตามรอยพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการรักษาความสมบูรณ์ของป่าไม้ต้นน้ำลำธาร สัตว์ป่า และพรรณไม้นานาพันธุ์ ให้เป็นมรดกของลูกหลานไทยคู่กับแผ่นดินไทย วัดป่าภูก้อน จะเป็นสถานที่ที่สงบเหมาะแก่การบำเพ็ญภาวนาของพระสายกรรมฐาน ภายในวัดมีพระบรมสารีริกธาตุบรรจุ ในพระเกศพระร่วงโรจน์ศรีบูรพา ซึ่งเป็นประธานประดิษฐานหน้าองค์พระปฐมรัตนบูรพาจารย์มหาเจดีย์ มีพระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี เป็นพระพุทธรูปปางปรินิพพาน ทำด้วยหินอ่อนขาวจากเมืองคาร์ราร่า ประเทศอิตาลี

        วัดป่าภูก้อนตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่านายูง และป่าน้ำโสม ท้องที่บ้านนาคำใหญ่ ตำบลบ้านก้อง เป็น รอยต่อแผ่นดิน 3 จังหวัด คือ อุดรธานี เลย และหนองคาย อยู่ห่างจากตัวจังหวัดอุดรธานี 124 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 2 (อุดรธานี-หนองคาย) ถึงกิโลเมตรที่ 13 เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2021 (อุดรธานี-บ้านผือ) ไปยังบ้านนาคำใหญ่ อำเภอนายูง

8. วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ พุทธคยาจำลอง จ.นครสวรรค์



 วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ เป็นวัดในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ความสวยงามแปลกตาของวัดแห่งนี้ คือการสร้างวัดเป็นรูปเรือหลวงบนยอดเขา ซึ่งสื่อความหมายถึง พาหนะที่จะช่วยให้พ้นห้วงกิเลสภายในวัดประดิษฐานเจดีย์ศรีพุทธคยา ซึ่งจำลองแบบมาจากเจดีย์พุทธคยาจากประเทศอินเดีย ลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมทรงกรวย ส่วนยอดเจดีย์เป็นทรงระฆังคว่ำ ประดับด้วยลวดลายปูนปั้น ซึ่งมีความสวยงามดูแปลกตา บริเวณรอบๆ เจดีย์จะมีพระพุทธรูปปางประทับยืน และประทับนั่งอยู่ทั่วไป บริเวณชั้นบนสุดยังเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุอีกด้วย

        การเดินทาง : จากกรุงเทพฯ เดินทางมุ่งหน้า อ.ตาคลี นครสวรรค์ ถึงกองบินสี่ เจอแยกไปหัวหวาย (ทางหลวงแผ่นดิน 3329) เลี้ยวซ้าย ขับรถไปเรื่อย ๆ จะเจอสี่แยกตัดกันกับเส้นตากฟ้า-ท่าตะโก ให้ตรงเข้าไป ขับรถผ่านหมู่บ้านทาง รพช. มีป้ายบอกตลอดทางจะเห็นภูเขาอยู่ด้านหน้าประมาณห้า กม.จากแยกก็จะถึงวัด

9. วัดถ้ำเขาวง จ.อุทัยธานี



 วัดถ้ำเขาวง หากมองจากภาพถ่ายเชื่อว่าหลายคนคงคิดว่า เป็นรีสอร์ทสวยๆ ที่ไหนสักแห่ง แต่ความจริงแล้วที่นี่คือ 「วัด」 โดยวัดแห่งนี้เป็นอาคาร 4 ชั้น ออกแบบลักษณะเรือนไทย ยกใต้ถุน แบ่งสัดส่วนการใช้งานเป็น 4 ส่วน คือ ใต้ถุนเป็นลานเอนกประสงค์และร้านขายของ , ชั้นที่ 2 เป็นวิหาร , ชั้นที่ 3 เป็นกุฏิ และ ชั้นที่ 4 จะเป็นโบสถ์สร้างด้วยไม้สัก และไม้มะค่า มีความงดงามมาก บริเวณโดยรอบก็มีการจัดภูมิทัศน์ให้สวยงาม ร่มรื่น มีฉากหลังเป็นเขาหินปูนสูงตระหง่าน บริเวณด้านหน้ามีสวนไม้ดัด และบ่อน้ำซึ่งมีปลาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ห่างจากตัววัดไปทางด้านหลังจะมีถ้ำอยู่ประมาณ 7-8 ถ้ำ บางถ้ำเป็นที่นั่งวิปัสสนาสำหรับพระภิกษุ บางถ้ำเป็นถ้ำค้างคาว และบางถ้ำก็มีหินงอกหินย้อยให้ชมกัน

        การเดินทาง : จากตัวเมืองอุทัยธานี มุ่งหน้าสู่ตำบลบ้านไร่ ห่างจากอำเภอไปราว 12 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 3011 ผ่านทางโค้งศาลเจ้าพ่อเขารักแล้วมาตัดกับสามแยกให้เลี้ยวขวาไปประมาณ 6 กิโลเมตร จะมีทางแยกเลี้ยวซ้ายเข้าสู่เขาวง ประมาณ 8 กิโลเมตรถึงทางแยกเข้าไปอีก 300 เมตร ทางค่อนข้างจะลาดชันขึ้นทีละน้อย เส้นทางอ้อมโค้งเป็นหน้าผาต้องไต่ไปตามซอกเขา

10. วัดทางสาย พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ จ.ประจวบคีรีขันธ์



วัดทางสาย หรือวัดเขาธงชัย เป็นที่ตั้งของพระมหาเจดีย์ภักดีประกาศ เจดีย์ที่มีความสวยงามอลังการ ด้วยการไล่ระดับ 5 ชั้น เจดีย์สีทองอร่ามอีก 9 ยอด อีกทั้งยังสามารถชมทิวทัศน์ชายฝั่งทะเลอ่าวไทยสุดงามได้อีกด้วย วัดนี้สร้างขึ้นในพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 เป็นอีกความหมายว่าทำไม่เจดีย์ถึงมี 9 ยอด ส่วน 5 ชั้น นั้นหมายถึง ขันธ์ 5 ตามหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา

        วัดทางสาย ตั้งอยู่ที่ ม.9 ต.ธงชัย อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีลักษณะคล้ายเต่ายื่นลงไปในทะเล อยู่กึ่งกลางระหว่าง 2 อ่าว คือ อ่าวบ้านกรูดและอ่าวบ้านทางสาย มีความสูงจากน้ำทะเลถึงยอดเขา 110 ฟุต มีถนนขึ้นสู่ยอดเขาโดยสะดวก ระยะทาง 1 กิโลเมตร ห่างจากสถานีรถไฟบ้านกรูด 4 กิโลเมตร ห่างจากถนนเพชรเกษม 12 กิโลเมตร

ข้อมูลและภาพ จาก naykhaotom

27


เคยสังเกตไหมคะว่า ในปี 2560 ที่ผ่านมา ทำไมการเงินติดขัด? เงินไม่เข้ากระเป๋าเลย? …เหตุเพราะการเลือกใช้สีกระเป๋าสตางค์ที่ไม่ถูกโฉลกกับวันเกิดหรือเปล่า? มาเปลี่ยนกระเป๋าสตางค์ใบใหม่ให้ถูกโฉลก เรียกทรัพย์รับปีใหม่ 2561 ปีนี้กันดีกว่า และ LIEKR มีวิธี เลือกกระเป๋าสตางค์ตามวันเกิด ใช้แล้วรวย! พร้อมสีกระเป๋าสตางค์ต้องห้าม ที่ควรหลีกเลี่ยง มาฝากค่ะ

  สีกระเป๋าสตางค์ที่ถูกโฉลกก็มีส่วนช่วยในการเรียกทรัพย์ ดูดเงินเข้ากระเป๋าของคุณได้ ในขณะที่สีบางสีก็เป็นกาลกิณี ทำให้การเงินมีปัญหา เราลองมาสำรวจกระเป๋าสตางค์กันก่อนกว่า กระเป๋าสตางค์ใบโปรดที่คุณใช้อยู่ตอนนี้ เป็นสีต้องห้ามประจำวันเกิดหรือเปล่า

คนที่เกิดวันอาทิตย์

        วันอาทิตย์ ราชสีห์ 6 ตัว (กำลัง 6 ) หรือ พญาครุฑ อาทิตย์คือพระราชาเป็นที่หนึ่งไม่เป็นสองลองใคร ราชการต่างๆ ยศตำแหน่ง อำนาจ บารมี อาทิตย์เปรียบสเหมือนพระอาทิตย์ที่ขึ้นทุกที่ให้แสงสว่างกับสัพสัตว์ทั่วจักวาล ไม่เลือกที่รักไม่มักที่ชัง ร้อนแรง ครงต่อเวลาเสมอ อาทิตย์คือ ราชสีห์หรือพญาครุฑ เจ้าป่า เด่นและสง่างาม เป็นผู้นำพูดจาดีฉลาดพูด พูดจาคล่อง เด็ดเดี่ยว เด็ดขาด ภูมิฐาน รักเกียติ์รักศักดิ์ศรี แต่งตัวดี รสนิยมสูง ใช้ของแพง(ถ้าก๊อบก็ต้องก๊อบเกรดเอ) ใจร้อน โกรธง่ายหายเร็ว รักอิสระ โลกส่วนตัวสูง เก็บความรู้สึกเก่งไม่แสดงออกให้ใครเห็น อดทนเป็นเลิศ วางแผนเก่ง โรแมนติก ใครอยู่ด้วยแล้วอบรุ่น ใจกว้างสปอต์ ชอบช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน อาทิตย์ใจกว้างแบบไม่มีขอบเขตมีแต่คำว่าให้ อาทิตย์มักทำคุณกับคนไม่ขึ้น ข้อเสียคือ หยิ่ง ทรนง ยโส โอหัง จองหอง ทะเยอทะยาน มองข้ามคน เจ้าระเบียบไม่ค่อยพิถีพิถัน ชอบประมาทเลินเล่อ เก็บความลับไม่อยู่

สีต้องห้าม

        – สีฟ้าหรือสีน้ำเงิน เพราะจะทำให้พลังการทำงานหดหาย ไม่กระตือรือร้น อับโชค

สีถูกโฉลก

        – สีแดง ช่วยเสริมดวงบริวาร

        – สีดำและสีม่วง ช่วยเพิ่มพูนโชคลาภ เงินทอง

        – สีชมพู ช่วยเสริมดวงอำนาจ บารมี วาสนา

คนที่เกิดวันจันทร์

        วันจันทร์ นางฟ้า 15 องค์ (กำลัง 15) จันทร์คือพระจันทร์ ลองจากพระอาทิตย์ อาทิตย์คือราชาจันทร์คือราชินี จันทร์คือน้ำ การเดินทาง พระโพธิสัตว์กวนอิม ความนุ่มนวลเรียบร้อย มีสเน่ห์ โรแมนติกมากใครอยู่ด้วยแล้วอบอุ่น เอื้อเฟื้อเผื่อผ่าย ใจกว้าง มีน้ำใจไม่แพ้พระอาทิตย์ ชอบจินตนาการคิดทุกเรื่องแม้เรื่องยังไม่ทันจะเกิดขึ้นก็คิด ช่างคิดช่างฝัน เพ้อฝัน ขี้สงสาร เจ้าน้ำตา ข้อเสีย จู้จี้ขี้บ่นทุกเรื่อง พูดจาอะไรต้องระวังคำพูด เวลาพูดไม่ค่อยรู้ตัวเอง พูดอะไรมักเกินความจริงชอบชี้ทาง ชายมีสเน่ห์ หญิงอาจดุ อย่าออกคำสั่งแล้วจะมีความสุขในการดำเนินชีวิต ชอบบังคับให้คนอื่นทำตาม บ่นเสร็จแล้วด่า เห็นแก่ตัวเพื่อครอบครัวตัวเอง ขี้หวง หึงทุกอย่างที่เป็นของตน หูเบา งอนเก่ง โลเลไม่มีจุดยืนเป็นของตัวเอง กระต่ายตื่นตูม ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง พูดจาน่าเชื่อถือมีเหตุมีผล ยกแม่น้ำทั้ง 5 มาอ้างๆตำราได้ตลอดเวลาไม่มีใครเกิน เบื่อง่าย ขี้เบื่อ เวลางอนเอาใจยาก

สีต้องห้าม

        – สีแดง เพราะจะทำให้ภาพลักษณ์ไม่น่ามอง ไม่น่าคบหา

สีถูกโฉลก

        – สีน้ำตาล สีทอง สีส้ม จะช่วยเสริมดวงโชคลาภ

        – สีฟ้า มีคนคอยช่วยเหลือ อุปถัมภ์ ดูแล

        – สีม่วงหรือสีดำ เสริมเสน่ห์ มีคนนับหน้าถือตา

 วันอังคาร กระบือ(ควาย) 8 ตัว ควายเลี้ยงคนทั้งโลก ถ้าโลกนี้ไม่มีควายก็ไม่มีข้าวให้กิน ต้องการอย่างเดียวคือสุมกำลังใจให้คนวันอังคาร ไม่ชอบคนจู้จี้จุกจิก เกียจคนเอารัดเอาเปรียบ มีอะไรพูดตรงๆ อังคารคือเจ้าแห่งความซื่อสัตย์ เจ้าแห่งสงคราม ยอมหักไม่ยอมงอ อังคารเกลียดคนที่ไม่จริงแม้ถูกหลอกเพียงครั้งเดียวจะจำจนวันตายและไม่เชื่ออีกเลย ขยัน เข้มแข็ง กล้าหาญ อดทนเป็นเลิศ ใจร้อน ใจถึง เป็นนักต่อสู้ ชอบการแข่งขัน เอาชนะ เด็ดเดี่ยวจริงจัง ทำมากกว่าพูด ตรงไปตรงมาไม่มีอ้อมค้อม โกรธง่ายหายเร็ว รักเพื่อนฝูง ถึงไหนถึงกันลุยไหนลุยนั่น ข้อเสียเจ็บแล้วไม่จำ ครั้งแล้วครั้งเล่า ค่อนแคะเหน็บแนมเก่ง ติฉินนินทา วางแผนไม่เก่ง ขี้หลงขี้ลืม สมองช้า ติดโอ้อวด ปากอยู่ไม่สุก พูดจาทะลึ่ง(เกี่ยวกับกามารมณ์) ชอบใช้ให้หยิบนู่นหยิบนี่

สีต้องห้าม

        – สีดำ สีม่วง จะส่งผลให้เป็นคนใจร้อน มีแต่ปัญหา

สีถูกโฉลก

        – สีชมพู สีเหลือง สีขาว สีครีม ส่งผลให้เป็นคนอ่อนโยน มีสติ

        – สีเทา สีเงิน เสริมดวงโชคลาภ เงินทอง

วันพุธ (กลางวัน) ตั้งแต่ 6 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น (ช้าง 17 เชือก) ช้างคือสัตว์คู่บ้านคู่เมือง แม้จะอยู่ในป่าก็เด่นในเมืองก็ดี คนเกิดวันพุธวิบากกรรมคือ งานเยอะทั้งลากซุง เป็นผู้รับใช้ของเจ้านาย พ่อ แม่ คนในครอบครัว ยอมรับสภาพแล้วจะมีความสุข ตำนานชาติเวรบอกว่าพุธคือหมา ผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์ ฉลาดมาก ความคิดความจำดี ฉลาดพูดคิดก่อนทำ พูดจามีเหตุผล ค้นคว้าหาความรู้ เอกสาร ศึกษา ไหวพริบดี พูดจาไม่รู้จักเบื่อ เห็นอะไรต้องพูดต้องกล่าว พูดจาไม่รู้จักเบื่อ เปลี่ยนอารมณ์ได้วันละ 3 เวลา ดาวพุธคือ การงาน สถานทูตนักการต่างประเทศ การเจรจาทั้งหลาย การสื่อสาร พูดจาตรงไปตรงมาไม่เกรงใจใครพูดจาแตกหักเวลาโมโห้พูดจาเสียงดังไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม ข้าวของเครื่องประดับเยอะล้วนมีราคา หรูหรา ชอบเอาเปรียบ

        วันพุธ (กลางคืน) ราหู 12 หัวหรือผีขโมด พระราหูคือเจ้าแห่งอบายมุขหรือค่างประเทศก็ได้ พระราหูมีฤิทธิมีอำนาจมาก พระราหูมี 2 ด้าน พระราหูคือ เจ้าของธุรกิจส่งออก แบงค์ชาติ ต่างประเทศ ร่ำรวยมหาศาลไม่มีใครเทียบ พระราหูคือเทพเจ้าแห่งโชคลาภทั้งด้านดีและด้านร้าย ฉะนั้นคนเกิดวันพุธกลางคืนถ้าดีๆสุดๆ ถ้าร้ายๆสุดๆเช่นกัน ความคิดความจำดี ฉลาดปราดเปรื่องมากความรู้ความสามารถพิเศษ เข้มแข็งปรับปรุงตัวเองตลอดเวลา ทำอะไรนำหน้าเร็วกว่าคนอื่นเท่าตัว เรียนรู้อะไรเร็ว แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเก่ง คล่องแคล่วว่องไว โลกส่วนตัวสูง ไปไหนมาไหนมักไม่ค่อยบอกกว่า อยากทำอะไรก็ทำ อยากไปไหนก็ไป ใจถึง ใจนักเลง นิสัยที่ดีคือ ชอบช่วยเหลือคน ทนดูไม่ได้ ช่วยคนที่ถูกรังแก ไม่กลัวใคร เอารัดเอาเปรียบเสมอถ้ามีโอกาส ลุ่มหลง มัวเมา กล้าได้กล้าเสีย เด็ดขาดจริงจังเปิดเผยแต่เจ้าเล่ห์ นักฉวยโอกาสที่ดีเมื่อมีโอกาส ฉลาดที่สุดในบรรดา 7 วัน พุธกลางวันว่าฉลาดแล้วยังไม่เท่าพุธกลางคืน

สีต้องห้าม

        – สีชมพู ส่งผลให้ถูกมองข้าม ไม่มีเสน่ห์ ไม่โดดเด่น

สีถูกโฉลก

        – สีเขียว สีขาว สีเหลือง สีครีม และสีคัลเลอร์ฟูล ช่วยเสริมเสน่ห์ มีคนเข้าหา นับถือ มีชื่อเสียง

        – สีฟ้า สีน้ำเงิน ช่วยเรียกทรัพย์

คนเกิดวันพฤหัสบดี

        วันพฤหัสบดี (ฤาษี 19 ตน) พฤหัสคือราชาแห่งดาวบุญ ปัญญารู้แจ้ง สติปัญญาดี มีศีล มีธรรม เฉียวฉลาดไม่งมงาย เชื่ออะไรใครยาก ชอบคิดเรื่องเก่าๆ รำพึงรำพันเรื่องเก่าๆ จู้จี้จุกจิ๊ก ชอบสั่งชอบสอน ไม่มีอะไรสอนก็ชอบสอน เปรียบสเหมือนฤาษี(คนแก่ขี้บ่น) แต่งตัวแก่เกินอายุ ความคิดตัวเองเป็นใหญ่ ไม่เคยยอมรับหรือคิดว่าตัวเองผิดทั้งการกระทำและคำพูด พูดจาเผ็ดร้อน ด่าเจ็บ พูดจริงทำจริง พูดจาตรงไปตรงมา ชอบทำบุญมีเมตตา ตระหนี่ ขี้เหนียวมาก ตัวเองประหยัดแต่มักโดนคนอื่นเอาไปผลาญเล่น ความรักมักไม่ค่อยสมหวัง ใครติเตียนไม่ได้ มีของใช้เก่า ชอบสะสมของเก่าๆไม่ยอมทิ้ง เดือดร้อนเพราะผู้ใหญ่ พูดจาไม่เกรงใจใคร

สีต้องห้าม

        – สีชมพู จะมีแต่เรื่องทำให้เหนื่อยใจ หรือต้องทำงานเหนื่อยตลอด

สีถูกโฉลก

        – สีขาว สีครีม สีเหลือง ช่วยเสริมดวงการเงิน เรียกทรัพย์

        – สีเขียว สีแดง เสริมเสน่ห์ มีคนคอยอุปถัมภ์ค้ำจุน

 วันศุกร์ (คนธรรพ์หรือเทวดา 21) ความรัก การเงิน กิเลส สมบัติ ความสวยงาม คนวันศุกร์มักอยู่ในดวงศิลปิน ดารา มีเสน่ห์ รักสวยรักงาม ชอบเที่ยว ชอบฟังเพลงคลาสสิคใช้ของแพงรสนิยมสูง(ใช้ของก๊อบไม่เป็น) ถึงไม่มีเงินก็มักใช้ในระดับที่มีปัญญาซื้อ แต่ถ้ามีเงินต้องหรูหรา เงินไม่เคยขาดมือ ซุกเงินเก่ง มีก๊อก 2 เสมอ อย่าหวังยืมเงินคนวันศุกร์เพราะศุกร์ไม่ให้ยืม ใช้ของมียี่ห้อ ร่าเริง ชอบปลอบทุกข์คน เป็นที่ปรึกษาให้ทุกคนรวยยกเว้นเรื่องเงิน นิสัยขี้ตกใจ ศุกร์คือผู้ดูแลผลประโยชน์ของตนเองและผู้อื่น อย่าไปยุ่งกับของๆคนวันศุกร์และเรื่องส่วนตัว เก็บความรู้สึกเก่ง ต่อหน้าเพื่อนฝูงเฮฮาไม่แสดงออก กลับบ้านปิดประตูร้องไห้คนเดียว วันศุกร์คุยโทรศัพท์เก่ง เป็นคนลกๆ ไม่เป็นระเบียบ ของใช้เสียแล้วมักไม่ซ่อมซื้อใหม่

สีต้องห้าม

        – สีเทาหรือสีเงิน

สีถูกโฉลก

        – สีเขียว ส่งผลดีเรื่องเงินโดยตรง

        – สีชมพู สีฟ้า สีน้ำเงิน ช่วยเพิ่มพลังดึงดูดให้คนสนใจ อยากเข้าหา

        – สีส้ม สีน้ำตาล สีทอง มีคนอุปถัมภ์ค้ำจุน นับหน้าถือตา

คนเกิดวันเสาร์

        วันเสาร์ (เสือ 10 ตัว) ราชาแห่งดาวบาป ความแกร่ง ตวามอดทนเป็นเลิศ วางแผนเก่งมาก สุขุมรอบครอบ ระมัดระวังตัวสูง รู้จักรอคอย สันโดษ น่าเชื่อถือ แต่งตัวทึบๆ เสาร์คือก่อสร้าง ต่างประเทศ โครงการใหญ่ๆ ผู้มีอิทธิพล นักการเมือง เวลาไปหาเสาร์ต้องผ่านบริวารก่อนเพราะเสาร์ไม่ยินดียินร้ายนี่คือนิสัยดิบของเสาร์ ทั้งความดีและความเลว เสาร์ไม่เคยไว้ใจใครเลยนี่คือสัญชาติญาณของเสือ ขี้ระแวง ระวังตัวมาก ใครมีเจ้านายวันเสาร์มักเหนื่อยเพราะเสาร์ไม่ไว้ใจใคร ทำงานเสร็จกลับมาตรวจอีกรอบ คิดมาก ขี้หึงมาก อาฆาตพยาบาทมากชนิดมีบุญคุณต้องทดแทนมีแค้นต้องชำระจำหรือโกรธข้ามภพข้ามชาติ อย่าทำให้คนวันเสาร์เจ็บเพราะจะไม่มีวันลืม มีโอกาสเมื่อไหร่ต้องเอาคืนแน่นอน(ยกเว้นคนวันเสาร์ที่ปฏิบัติธรรม) พูดจาครับค่ะไม่ค่อยเป็น พูดจาห่วนๆ ทั้งชายและหญิง ยกเว้นในหน้าที่การงานที่จำเป็นต้องพูดเพราะ รับราชการไม่ค่อยดี ยศตำแหน่งมักไม่ค่อยสูง ทำอะไรก็ยากมากกว่าจะได้มา พูดจาโอหังปากกล้า พูดคำด่าคำ วาจาหยาบคาย ชอบยกตนข่มท่านปากคมหรือมีหนาม ข้อดีของเสาร์คือสู้ไม่มีคำว่าถอย ความอดทนมั่นคง เวลาคิดจะช่วยใครยอมตายแทนได้

สีต้องห้าม

        – สีเขียว ส่งผลให้มีปัญหาเรื่องสุขภาพ เจ็บป่วยง่าย

สีถูกโฉลก

        – สีม่วง สีฟ้า สีน้ำเงิน ช่วยเสริมเสน่ห์และความโดดเด่น

        – สีแดง ช่วยเสริมดวงโชคลาภ เงินทอง

        – สีเมา สีเงิน ช่วยเพิ่มอำนาจ บารมี

หมายเหตุ : วันทั้ง 7 หรือดาวทั้ง 7 ดวง มีทั้งด้านดีและด้านร้าย ไม่มีใครสมบูรณ์แบบในโลกใบนี้ แต่หากค้นพบจุดดีและจุด้อยของคนทุกคนและเข้าใจในตัวคนๆนั้นก็จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข โดยไม่ต้องคิดที่จะไปเปลี่ยนนิสัยของใคร เพราะเปลี่ยนแปลงยากถึงเปลี่ยนก็เปลี่ยนได้ไม่นานนัก โหราศาสตร์เป็นการคำนวณจากดวงดาว มนุษย์ส่่วนใหญ่ที่มาเกิดบนโลกใบนี้ก็มาจากวัน เดือน ปีและเวลาเกิดของแต่ละคน การอ่านนิสัยคนทั้ง 7 วัน ต้องดูเวลาคนๆนั้นที่เกิดด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่าง ถ้าคนเกิดวันอาทิตย์ตั้งแต่ 6 โมงเช้าไปจนถึงเที่ยงคืน จะเป็นคนวันอาทิตย์เต็มตัวแต่ถ้าเกิดเลยเวลาเที่ยงคืนไปแล้วเช่นเกิดตั้งแต่ตีหนึ่งถึงตีห้า(คืนวันอาทิตย์)เข้าเช้าวันจันทร์ คนๆนั้นจะมี 2 อารมณ์ คือ มีนิสัย ทั้งคนวันอาทิตย์และคนวันจันทร์ เป็นต้น

ข้อมูและภาพ จาก postsod

28


ใครที่ตอนนี้อยากบูชาพระมาห้อยสักองค์ เพื่อความเป็นสิริมงคล ความสบายใจแล้วละก็ วันนี้เราจะแนะวิธีห้อยพระประจำวันเกิดทั้ง 7 วัน เกิดวันไหน ห้อยพระอะไร เสริมดวง บารมี โชคลาภ รีบเช็คเลย!!



*คนเกิดวันอาทิตย์



พระหรือเครื่องรางที่ทำจากดินผ่านไฟ

พระเครื่องหรือเครื่องรางที่ผ่านไฟนี้โดยมากมักจะเป็นพวกพระเครื่องเนื้อดินเผาต่างๆ อาทิเช่นพระขุนแผน พระหลวงพ่อโต วัดบางกระทิง พระรอด พระคง พระพิมพ์พระพุทธเจ้าประทับสัตว์ของหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ฯลฯ เพราะเนื่องจากว่าธาตุประจำเทวดาพระอาทิตย์นั้นคือธาตุไฟการใส่พระที่ผ่านไฟนั้นจะช่วยในการหนุนธาตุ เสริมธาตุของผู้ใส่ให้ดียิ่งขึ้นซึ่งปัจจุบันนี้มีวัดหลายวัดที่ทำพระดินเผาย้อนยุคขึ้นมาโดยเฉพาะในแถบภาคกลางอย่างสุพรรณบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุโขทัย มีการสร้างกันมากจึงหาได้ง่าย

*คนเกิดวันจันทร์



พระหรือเครื่องรางที่ทำจากเนื้อชิน พระกรุ

เนื่องจากว่าลักษณะนิสัยของคนเกิดวันจันทร์ดังที่ได้กล่าวไปแล้วนั้นว่ามักจะเป็นคนหัวอ่อน เพ้อฝัน ใช้อารมณ์มากกว่าสติแถมยังไม่ค่อยมีอำนาจดังนั้นจึงควรห้อยพระหรือเครื่องรางที่ทำมาจากตะกั่ว ชิน ดีบุกโดยอาจจะเป็นพระเก่าที่เรียกันว่าพระกรุหรือพระใหม่ที่พระเกจิอาจารย์ท่านสร้างก็ได้ดุจเดียวกันเพื่อเสริมเพิ่มเติมในเรื่องของอำนาจ วาสนาและช่วยให้ดวงชะตาของเรานั้นมั่นคงยิ่งขึ้น

*คนเกิดวันอังคาร



พระเครื่องที่ทำมาจากผงพุทธคุณและพระที่ไม่ผ่านไฟ

เนื่องจากว่าคนที่เกิดวันอังคารนั้นมักที่จะมีนิสัยใจร้อน มุทะลุดุดันและไม่อยู่กับที่ดังนั้นการห้อยพระหรือวัตถุมงคลที่โดนความร้อนหรือผ่านไฟมาแล้วอย่างคนเกิดที่วันอาทิตย์จะทำให้เกิดอาการอารมณ์ร้อนมากกว่าปกติดังนั้นจึงควรสมใส่วัตถุมงคลที่ไม่ผ่านไฟหรือความร้อนอันได้แก่พระผงพุทธคุณต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระผงในตระกูลพระสมเด็จ จะเป็นพระสมเด็จเก่าสมัยก่อนหอย่างสมเด็จวัดระฆัง สมเด็จกรุวัดบางขุนพรหม สมเด็จวัดเกศไชโยหรือพระสมเด็จรุ่นใหม่ๆ ที่พระเกจิคณาจารย์สร้างก็ได้ก็จะช่วยส่งเสริมดวงชะตาให้ดีขึ้นมีเมตตาและเป็นที่รักต่อผู้พบเห็นมากยิ่งขึ้น

*คนเกิดวันพุธ



พระเครื่องหรือวัตถุมงคลที่เป็นพระปางลีลา

เนื่องจากว่าคนที่เกิดวันพุธนั้นเป็นผู้ที่ชอบเจรจา ชอบพบปะผู้คนจึงมีนิสัยที่ไม่หยุดนิ่ง มักชอบเดินทางอยู่เสมอดังนั้นพระเครื่องหรือเครื่องรางของขลังจึงควรที่จะเป็นพระปางลีลาอันแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าโดยไม่จำกัดวัสดุที่ใช้ทำจะเป็นเนื้อดิน เนื้อชิน เนื้อผง จะผ่านไฟหรือไม่ผ่านไฟก็ได้นอกจากพระพิมพ์ปางลีลาแล้วยังรวมถึงพระปางเสด็จโปรดพุทธมารดาหรือปางเสด็จลงจากชั้นดาวดึงส์อีกด้วย

*คนเกิดพุธกลางคืน



เครื่องรางหรือวัตถุมงคลที่มีพลังงานศักดิ์สิทธิ์มากกว่าปกติ

สืบเนื่องมาจากว่าคนเกิดที่วันพุธกลางคืนนั้นโดยมากมักจะเป็นผู้ที่มีลางสังหรณ์หรือมีประสบการณ์ทางด้านจิตวิญญาณมากกว่าผู้ที่เกิดวันอื่นดังนั้นจึงควรที่จะหาพระ วัตถุมงคลหรือเครื่องรางของขลังที่มีพลังงานมากกว่าแบบปกติทั่วไปมาห้อยคอซึ่งก็ได้แก่พระผงจักรพรรดิ์หลวงปู่ดู่หรือหลวงตาม้า, พระคำข้าว หางหมากหลวงพ่อฤาษีลิงดำ, พระพิมพ์พระพุทธเจ้าประทับสัตว์หลวงพ่อปานวัดบางนมโค เป็นต้น

*คนเกิดวันพฤหัสบดี



พระเครื่องปางเปิดโลก

เนื่องจากว่าเทวดาพระพฤหัสบดีนั้นเป็นสัญลักษณ์แห่งปัญญาและความก้าวหน้าดังนั้นผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดีหรือผู้ที่มีพระพฤหัสบดีเข้าในเรือนชะตาหรือมีเทวดาพระพฤหัสบดีคุ้มครองจึงควรที่จะหาพระปางเปิดโลกมาห้อยคอ จะเป็นพระกรุเก่าแก่หรือเป็นพระสร้างใหม่โดยเกจิอาจารย์ก็ได้เพราะเชื่อกันว่าจะเปิดทุกสิ่งทั้งปัญญาและโอกาส

*คนเกิดวันศุกร์



พระเครื่องหรือวัตถุมงคลประเภทพระปิดตาและพระมหาลาภ

เนื่องจากว่าลักษณะนิสัยของผู้ที่เกิดวันศุกร์นั้นเป็นผู้ที่ชอบรักสวย รักงามและการรื่นเริงบันเทิงใจดังนั้นโบราณจารย์จึงได้กล่าวเอาไว้ให้ผู้ทีเกิดวันศุกร์ห้อยพระภควัมบดีหรือพระปิดตาเพื่อเป็นอนุสสติเตือนใจไม่ให้หลงใหลไปกับสิ่งที่ยั่วยวนสายตาและเนื่องจากว่าผู้ที่เกิดวันศุกร์เองก็มักจะมหดเงินไปกับเรื่องของความสวย ความงามดังนั้นจึงควรหาพระเครื่องหรือเครื่องรางของขลังประเภทเรียกโชคลาภมาห้อยอาทิเช่นพระสีวลี พระสังกัจจายน์ก็จะช่วยให้สถานะทางการเงินดีขึ้นโดยพระสังกัจจายน์ที่โด่งดัง มีชื่อเสียงและมีประสบการณ์มากที่สุดอยู่ในขณะนี้ก็ได้แก่พระสังกัจจายน์ของหลวงพ่อพูน วัดบ้านแพน เจ้าตำรับตะกรุดดอกไม้ทอง

*คนเกิดวันเสาร์



พระเครื่องหรือเครื่องรางของขลังที่ทำมาจากว่าน

เนื่องจากว่าธาตุประจำของคนที่เกิดวันเสาร์หรือมีเทวดาพระเสาร์คุ้มกายนั้นเป็นธาตุไฟ ดังนั้นจึงควรที่จะหาพระหรือเครื่องรางของขลังที่ทำมาจากมวลสารธรรมชาติอย่างพืชจำพวกว่านมาเป็นส่วนผสมในการจัดสร้างเพราะคุณลักษณะของว่านนั้นจะช่วยในการดับพิษร้อน ดับความร้อนรน โดยอาจจะแขวนพระกลีบบัวเนื้อว่านสายเขาอ้อ พระหลวงปู่ทวดเนื้อว่าน หรือพระว่านจำปาสักก็ได้
พระเครื่องหรือเครื่องรางของขลังที่มีความข้องเกี่ยวกับพญานาค

เนื่องมาจากว่าผู้ที่มีเทวดาพระเกตุในเรือนชะตานั้นสามารถเป็นได้สำหรับผู้ที่มีวันเกิดในทุกวันดังนั้นเครื่องรางของขลังหรือพระเครื่องจึงควรที่ตจะมีรูปลักษณ์ของพญานาครวมอยู่เพื่อเสริมชะตาเพราเนื่องจากว่าพญานาคนั้นถือเป็นเทวพาหนะของเทวดาพระเกตุ จะสร้างจากวัสดุชนิดใดก็ได้ขอเพียงให้ผู้ที่ปรกปลุกเสกรุ้จริงในตำราการจัดสร้างพญานาคถือเป็นอันใช้ได้ดีที่สุดซึ่งพระเกจิอาจารย์ผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่ามีความเกี่ยวพันกับพญานาคและวัตถุมงคลที่มีรูปลักษณ์พญานาคของท่านที่โด่งดังที่สุดในยุคนี้เห็นทีต้องยกให้ “หลวงปู่คำพัน โฆสปัญโญ” กับ “ปฐวีธาตุ” ของท่าน



แหล่งที่มา : lovenayo


29
สรุปผลการแข่งขันเมื่อคืนที่ผ่านมา






โปรแกรมการแข่งฟุตบอลวันนี้






30


หลายๆท่านที่เชื่อเรื่องดวง หรือ ศาสตร์ต่างๆ  ก็คงจะเคยได้ยิน เรื่องโชคลาภจากตัวเลข หรือ ทะเบียนรถ วันนี้เราจะพามาดูกัน เพราะ ราศีที่เราจะเอ่ยถึงนั้น เป็น ราศีเดียว ที่มีเกณฑ์ ได้โชคลาภจาก ทะเบียนรถ !!  ไปดูกันเลยจ้า

ราศีที่จะมี “โชคลาภ” เลขทะเบียนรถ ได้แก่ ชาวราศีกันย์ (เกิดวันที่ 16 กันยายน – 16 ตุลาคม )

ในช่วงนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นอีกระดับ ดีมากสำหรับท่านที่จะได้เริ่มงานใหม่ เริ่มธุรกิจที่ใหม่ๆ เพิ่มรายรับรายได้การเงินใหม่ๆเข้ามาให้อบอุ่นใจ เหนื่อยไม่ว่ากันสู้อดทนทำได้ เพื่อรับทรัพย์รับเงินเต็มไม้เต็มมือปลายๆเดือน

ความโชคดี เป็นเวลาพอเหมาะพอดีที่จะได้ครอบครองหลักฐานหลักทรัพย์ที่มีความจำเป็น ไม่ว่า จะเป็นที่พักอาศัย ยวดยวนพาหนะ และเรื่องการมีโชคจากการเสี่ยงสลากรางวัล เลขทะเบียนบ้านทะเบียนรถ ก็น่าเสี่ยงเป็นโชคดีรับทรัพย์กันไป

และ เลขนำโชคของคนที่เกิดในราศีกันย์ ได้แก่  2 7 6  ระดับความโชคดี เต็ม 10/10

ขอบคุณข้อมูลจาก https://tephangsap.com/7350

หน้า: 1 [2] 3 4 ... 808
Carbonate design by Bloc
variant: carbon
SMF 2.0.2 | SMF © 2011, Simple Machines