ทีเด็ดบอล

แสดงกระทู้

Messages | * Topics | Attachments

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.

Topics - admin

หน้า: [1] 2 3 ... 808
1



สำหรับฟุตบอลลีกอาชีพสูงสุดของเมืองไทย ในฤดูกาล 2017 นี้ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่มีการลงทุนสูงมาก โดยทั้ง 18 สโมสรมีงบประมาณการทำทีมรวมกันมากถึง 2 พันล้าบาทเลยทีเดียว แต่กลับมีเพียง 5 สโมสรเท่านั้นที่มีการลงทุนก่อสร้างสนามแข่งขันเป็นของตัวเอง วันนี้ทางทีมงาน BigHoyLive จะพาคุณไปรู้จักกับสโมสรที่มีสนามเป็นของตัวเองในไทยลีก ฤดูกาล 2017 ไปดูกันว่ามีสโมสรไหนบ้าง


1.สโมสรเชียงราย ยูไนเต็ด สนามยูไนเต็ด สเตเดียม



สนามฟุตบอลยูไนเต็ด เป็นสนามเหย้าของ สโมสรฟุตบอลเชียงราย ยูไนเต็ด ตั้งอยู่หน้าสนามบินนานาชาติแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ลักษณะของสนาม เป็นสนามฟุตบอลที่ไม่มีสู่วิ่งกั้นระหว่างสนามกับอัฒจรรย์ สนามหญ้าวางตัวในแนวตะวันออก-ตะวันตก ภายใต้พื้นสนามมีการระบายน้ำโดยใช้ระบบระบายน้ำแบบก้างปลา โดยมีความจุที่ 15,000 ที่นั่ง

2.สโมสรบางกอกกล๊าส เอฟซี สนามลีโอ สเตเดียม



ลีโอ สเตเดียม เป็นสนามฟุตบอลเหย้าของ สโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าส มีความจุทั้งหมด 13,000 ที่นั่ง พื้นสนามเป็นสนามฟุตบอลหญ้าสังเคราะห์ หรือ หญ้าเทียม ตั้งอยู่ที่ จังหวัดปทุมธานี มีจุดเด่นที่อัฒจรรย์ 3 ชั้นที่ได้มุมมองการชมเกมเหมือนนั่งดูในสนามขนาดใหญ่

3.สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สนามไอโมบาย สเตเดียม



สนามไอโมบาย สเตเดียม ป็นสนามกีฬาที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตั้งอยู่ที่ตำบลอิสาณ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ สนามแห่งนี้มีความจุ 32,600 ที่นั่ง โครงสร้างประกอบด้วยเหล็กและไฟเบอร์ ซึ่งสร้างด้วยงบประมาณกว่า 500 ล้านบาท และเป็นสนามแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีลู่วิ่งคั่นที่ได้มาตรฐานระดับโลกรับรองโดยสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือฟีฟ่า และยังได้บันทึกลงกินเนสบุ๊คว่าเป็นสนามฟุตบอลในระดับฟีฟ่าแห่งเดียวในโลกที่ใช้เวลาก่อสร้างน้อยที่สุดในโลกคือ 256 วัน

4.สโมสรราชบุรี มิตรผล สนามมิตรผล สเตเดียม



มิตรผลสเตเดียม เป็นสนามฟุตบอลของสโมสรฟุตบอลราชบุรี มิตรผล มีความจุทั้งหมด 12,000 ที่นั่ง ซึ่งสร้างด้วยงบประมาณสูงกว่า 300 ล้านบาท โครงสร้างประกอบด้วยเหล็กเป็นส่วนใหญ่ เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2558 และเปิดใช้งานครั้งแรกในศึก ไทยลีก นัดที่ราชบุรีพบกับ อาร์มี่ ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2559 และสนามแห่งนี้ได้รับรับรองจากสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย ให้สามารถแข่งขันในระดับนานาชาติได้

5.สโมสรอุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด สนามยูเอ็มที สเตเดียม



แม้จะเป็นสโมสรน้องใหม่ก่อนตั้งได้เพียง 3 ปีเท่านั้น แต่สโมสรอุบล ยูเอ็มที กับแซงหน้าสโมสรรุ่นพี่หลายๆ ทีมด้วยการมีสนามเป็นของตัวเอง ยูเอ็มที สเตเดียม เป็นสนามฟุตบอลที่ตั้งอยู่ในอำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งใช้งานเป็นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลอุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด สนามได้ถูกสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2558 และจะเปิดใช้งานในไทยลีกฤดูกาล 2017 นี้ โดยมีความจุ 6,000 ที่นั่งเมื่อเปิดใช้งาน และขยายเป็น 10,000 ที่นั่งในอนาคต

ส่วนสโมสรอื่นๆ นั้นยังมีการใช้สนามของภาครัฐทั้งสนามกีฬากลางจังหวัด,สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัด,สนามกีฬาเทศบาล และสนามของหน่วยงาน ซึ่งมีดังนี้
1.สโมสรการท่าเรือ สนามแพตสเตเดียม (เจ้าของสนามการท่าเรือแห่งประเทศไทย) เป็นสนามขององค์กรหรือหน่วยงาน
2.สโมสรชลบุรี  สนามชลบุรีสเตเดียม (เจ้าของสนามบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี)
3.สโมสรซุปเปอร์ พาวเวอร์ สมุทรปราการ สนามเอ็มพาวเวอร์ สเตเดี้ยม (เจ้าของสนามองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ)
4.สโมสรไทยฮอนด้า ลาดกระบัง สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา (เจ้าของสนามการกีฬาแห่งประเทศไทย)
5.สโมสรนครราชสีมา มาสด้า สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (เจ้าของสนามองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา)
6.สโมสรบีอีซี เทโรศาสน สนามกีฬาบุณยะจินดา (เจ้าของสนามสำนักงานตำรวจแห่งชาติ)
7.สโมสรแบงค็อก ยูไนเต็ด สนามฟุตบอลธรรมศาสตร์ รังสิต (เจ้าของสนามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์)
8.สโมสรพัทยา ยูไนเต็ด สนามดอลฟินสเตเดียม (เจ้าของสนามเทศบาลเมืองหนองปรือ)
9.สโมสรราชนาวี สนามกีฬากองทัพเรือ กม. 5 (เจ้าของสนามกองทัพเรือ)
10.สโมสรศรีสะเกษ เอฟซี สนามศรีนครลำดวน (เจ้าของสนามสถาบันการพลศึกษา)
11.สโมสรสุพรรณบุรี เอฟซี สนามกีฬากลางจังหวัดสุพรรณบุรี (เจ้าของสนามองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี)
12.สโมสรสุโขทัย เอฟซี สนามทุ่งทะเลหลวง (เจ้าของสนามองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย)
13.สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด สนาม เอสซีจีสเตเดียม (เจ้าของสนามการกีฬาแห่งประเทศไทย)


เนื้อหาจาก  http://board.bighoylive.com/index.php?topic=3235.0

2


จากกรณีคู่รักร้าว นักแสดงสาว เมย์ พิชญ์นาฏ ประกาศเลิกราแฟนหนุ่มนักฟุตบอล เจ ชนาธิป แบบฟ้าผ่า โดยสาวเมย์ระบุว่าครอบครัวฝ่ายชายไม่ปลื้ม พร้อมระบุว่าหนุ่มเจ ออกจากกรุ๊ปไลน์ทุกกลุ่มหลังจากสาวเมย์ประกาศเลิกรานั้น ทั้งนี้ สาวเมย์ ร่ำไห้เปิดใจปมรักร้าวเจ ลั่นถ้าย้อนกลับได้ก็จะคบผู้ชายคนนี้ เพราะคิดว่าเจอรักแท้แต่สิ่งที่มากกว่าการแต่งงานคืออยากได้ใจคนบ้านฝ่ายชาย โต้ประเด็นเรียกสินสอด 30 ล้าน ยันไม่เคยมีใครพูด อย่าบิลด์ให้ทะเลาะกัน เผยขาดการติดต่อกับเจแล้ว วอนแฟนๆ ให้กำลังใจเจ ระบุ 5 คนในเหตุการณ์ คือ ตน เจ พ่อแม่เจ และผู้จัดการส่วนตัวรู้เรื่องดีทั้งหมด ต้องขอโทษที่ออกมาพูดความจริง ด้านหนุ่มเจส่งข้อความสุดท้ายในไลน์กลุ่มเพื่อนสาวของเมย์ ฝากดูแล อดีตแฟนด้วย ก่อนออกจากกลุ่มไป

ล่าสุด ก้องภพ สรงกระสินธ์ พ่อของเมสซี่เจ ออกมาเปิดเผยว่า ที่มีข่าวเรื่องสินสอด 30 ล้านบาท ยืนยันครอบครัวเมย์ไม่ได้เรียกร้องอะไร อาจเป็นการเข้าใจผิดของสื่อบางสำนัก เนื่องจากก่อนหน้านี้ ได้พูดคุยกันถึงเรื่องการก่อสร้างสนามฟุตบอล ซึ่งใช้งบประมาณกว่า 30 ล้านบาท วันนี้ทางครอบครัวได้ใช้เงินสะสมที่มีอยู่ทั้งหมดสร้างสนามฟุตบอลจนสำเร็จแล้วเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ จึงไม่มีเงินเหลือเก็บสะสม หรือมีก็ไม่มากพอ



https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_717942

3


เชื่อว่าคำทำนายต้องถูกใจคนอวบทั้งหลายอย่างแน่นอน!!! เพราะวันนี้ มีคำทำนายเกี่ยวน้ำหนักมาให้เพื่อนๆได้เช็คกัน โดย หมอเค้ก Magic designs หมอดูชื่อดังในโลกออนไลน์ ได้

เปิด ดวงชะตาของ 4 ราศี ที่ อ้วนแล้วรวย หรือ มีแฟนอ้วน แฟนจะพารวย ในช่วงปี พ.ศ. 2561-2563 ซึ่งได้แก่ ราศีดังต่อไปนี้!!



4 ราศี จากนี้ไปอีก 3 ปี อ้วนแล้วรวย มีเกณฑ์ได้เป็นเศรษฐี

ได้แก่ราศี เมษ กันย์ เมถุน พิจิก





ขอบคุณข้อมูลจาก : หมอเค้ก Magic designs

4


เรียกได้ว่าปี 2018 ก็ยังเป็นเป็นปีที่ดีสำหรับในหลายๆราศี แต่ในบางราศีนั้นจะดีได้ ก็ต้องเหนื่อยหน่อย เกิดจากความขยันหมั่นเพียรของตัวเองล้วนๆถึงจะประสบความสำเร็จ งานนี้ทางทีนิวส์จะพาไปดูกันว่า 4 ราศีที่เหนื่อยหน่อย รวยแน่นอน จะมีราศีไหนบ้างนั้น ไปดูกันเลย….

ราศีเมษ (เกิดระหว่างวันที่ 13 เม.ย. – 13 พ.ค.)



ดาวมฤตยูโคจรทับชะตาราศี 7 ปี โดยเริ่มต้นตั้งแต่ 2 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นดวงชะตาของชาวราศีเมษจะมีความแปรปรวนเปลี่ยนแปลง อาจจะมีทั้งดี-ร้าย ทั้งนี้ ดวงราศีเมษ คือ ราศีเดียวกับดวงเมืองกรุงรัตนโกสินทร์ หากประเทศไทยเป็นอย่างไรในภาพรวม ก็จะส่งกระแสแห่งพลังให้ชาวราศีเมษเจอเหตุการณ์คล้าย ๆ กัน

ดาวพฤหัสบดีโคจรเล็งชะตาเมือง ตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน ซึ่งจะส่งผลดีกับชาวราศีเมษให้ได้รับพลังเทพพฤหัสบดี คือ โชคลาภ มงคล บุญกุศล เทวดาคุ้มรักษา ในช่วงเวลาดังนี้ จังหวะที่ 1 คือ ตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน 2560 จนถึงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 และจังหวะที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 14 เมษายน จนถึงวันที่ 6 ตุลาคม 2561 อย่างไรก็ดีจะมีเกณฑ์การเปลี่ยนแปลงย้ายบ้าน ที่อยู่อาศัย ที่ทำงาน เป็นต้น

การงาน – ดาวการงานอยู่ในมุมมรณะมา 2 ปีครึ่ง ชาวราศีเมษที่รู้สึกเหมือนเจอทางตัน ทุกข์ มีความกังวล ตกงาน งานไม่มั่นคงในช่วงที่ผ่านมา ข่าวดีคือ พ้นเดดไลน์แล้ว จบสิ้นเมื่อประมาณวันที่ 1 ธันวาคม ที่ผ่านมา จะมีมุมของการงานที่เริ่มต้นได้ตั้งแต่ต้นปี เพราะดาวการงานพ้นจากมุมอับ เป็นจังหวะที่เริ่มต้นดี แต่ก็เหนื่อยยาก ต้องต่อสู้และดิ้นรน

การเงิน – ดาวการเงินโคจรเดินหน้าอย่างเป็นจังหวะ มีกำลังตลอดทั้งปี สภาพคล่องดี ถ้าขยันก็จะไม่มีปัญหา เงินทองไหลมาเทมา
ความรัก – มีโอกาสลงเอย สมหวังในความรัก ได้เริ่มต้นทำอะไรด้วยกันในจังหวะที่ชีวิตกำลังจะเริ่มต้นเดินไปข้างหน้า
สุขภาพและอุบัติเหตุ – อย่าประมาท โดยเฉพาะเดือนมีนาคม-พฤษภาคม การเดินทางไกลต้องระมัดระวังตั้งสติ ควรไปสร้างบุญสร้างกุศลตามศรัทธา

ราศีพฤษภ (เกิดระหว่างวันที่ 14 พ.ค. – 13 มิ.ย.)



ปีนี้พลังบุญที่เคยสร้างจะหนุนนำให้ชีวิตมีความเจริญก้าวหน้าตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ฟันธง ! เนื่องจากดาวเสาร์โคจรพ้นจากการเล็งชะตาไปแล้ว หลังจากถูกจองจำมา 2 ปีครึ่ง ทำให้มีความทุกข์ความโศก อึดอัด… แต่บัดนี้คุณพ้นเคราะห์แล้ว
การงาน – จะขยับขยาย ดารา นักแสดง นักธุรกิจ ราชการ มีโอกาสขยายตัว โกอินเตอร์ทั้งตัวบุคคล-สินค้า ธุรกิจจะเริ่มต้นเดินหน้า ไม่มีทางมืด-ทางตันเหมือนที่ผ่านมา เป็นปีแห่งการแหกกฎระเบียบทั้งหมดที่เคยมีมา ต้องรู้จักเปลี่ยนแปลง ไม่เดินตามสิ่งที่เคยทำ คิดใหม่ ทำใหม่ เริ่มต้นใหม่ แล้วจะดี ใช้วิธีการใหม่ ๆ รูปแบบใหม่ ๆ ใช้สื่อโซเชียลมาช่วยในการสร้างสรรค์ผลงาน

การเงิน – เป็นจังหวะที่จะมีสภาพคล่องทางการเงินที่ดีทั้งปี โดยที่คุณต้องขยัน ทุ่มเท และใส่ใจ แต่จะรวยหรือสำเร็จมากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับบุญเก่าที่เคยสร้างมาในอดีตและบุญปัจจุบันในชาตินี้ด้วย
ความรัก – ใครที่มีครอบครัวแล้วและยังอยู่ดีกันอยู่ ให้สบายใจได้ว่า ที่เคยระหองระแหงมาตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา บัดนี้พ้นแล้ว โดดเด่นมากในช่วงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ – 13 เมษายน และจังหวะที่ 2 คือ วันที่ 6 ตุลาคม 2561 ไปจนถึงปลายปี ส่วนใครที่เป็นโสดจะเจอคู่แท้ และเป็นคู่ที่นำมาซึ่งความสมหวังสมปรารถนา

สุขภาพและอุบัติเหตุ – ปีนี้เป็นปีที่ชาวราศีพฤษภสุขภาพจะแข็งแรงขึ้น ความเครียดจะหายไป 80% แนะนำให้หาโอกาสไปสร้างบุญใหม่ตามที่ศรัทธา จะเป็นมงคลหนุนนำชีวิต

ราศีเมถุน (เกิดระหว่างวันที่ 14 มิ.ย. – 14 ก.ค.)



ปีนี้เข้าสู่การต่อสู้กับวิบากของชะตากรรม เนื่องจากดาวเสาร์เริ่มโคจรเล็งดวงชะตาราศีมิถุน ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2560 และจะอยู่ไป 2 ปีครึ่ง ตามโหราศาสตร์ว่าไว้ว่า จะเหนื่อยยาก ทุกข์ ชีวิตมีปัญหา ส่วนใครที่อยู่ในวัยเรียน อย่าเพิ่งมีความรัก ให้วางเรื่องรักไว้ก่อนเลยในช่วง 2 ปีนี้ ไม่งั้นจะเจ็บ ๆ ๆ ๆ เจ็บหนักเลย เตือนแล้วนะ !

การงาน – ดาวการงานยังโคจรอยู่ในมุมที่พอจะเดินหน้าไปได้ แปลว่า ต้องดูรายละเอียด ถ้าทำหุ้นทำธุรกิจกับใครจะมีปัญหา ถ้ามีเจ้านายก็จะมีแรงกดดัน ถ้าทำส่วนตัวปัญหาก็จะน้อยหน่อย แต่ต้องรอบคอบ รัดกุม และระมัดระวัง โดยตั้งแต่ต้นปี จนถึงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ จะพอไปได้ และหลังจากวันที่ 3 กุมภาพันธ์ – 13 เมษายน ให้ระวัง อย่าเซ็นสัญญา ลงทุน ทำธุรกรรมธุรกิจอะไร จะมีปัญหา หลังจากวันที่ 13 เมษายน ไปแล้ว การงานจะเดินหน้า ต่อให้มีอุปสรรคก็จะไปต่อได้ แต่หลังจากวันที่ 6 ตุลาคม จนถึงปลายปี จะเจอปัญหาอีกรอบ ดังนั้นชาวราศีมิถุน มีเกณฑ์จะได้กลับไปทำงานเก่า ๆ ที่ตนเองถนัดมีความสามารถ และทำให้ดีที่สุด อย่าประมาท อย่าโลภ อย่าหุ้นกับใคร

การเงิน – ดาวการเงินอยู่ในเกณฑ์ที่มีราหูมาค้นทรัพย์ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2560 อยู่ไปปีครึ่ง ถึงราวปลายปี 2561 แปลว่า ต้องประหยัด มัธยัสถ์ อย่าเพิ่งลงทุนใหญ่ ๆ อย่าให้ใครหยิบยืมเงิน อย่าไปค้ำประกันหรือรับรองใคร อย่าไปใช้เงินในทางสุ่มเสี่ยง

ความรัก – มีเกณฑ์จะมีปัญหาเรื่องความรัก ใครที่มีครอบครัวต้องประคับประคองจากนี้ไป 2 ปีครึ่ง นับตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2560 และให้คิดว่า ถ้าไม่ใช่คู่แท้ มันจะจบตรงนี้แหละ ส่วนคนที่เป็นโสดอย่าเพิ่งมีใครใหม่ ๆ อยู่ครองตนเป็นโสดต่อไป ให้คบกันยาว ๆ
สุขภาพและอุบัติเหตุ – ชาวราศีมิถุนต้องระวังคอ หลอดลม ทางเดินหายใจ ทรวงอก ให้ไปตรวจร่างกายอย่างละเอียด หากมีอะไรผิดปกติให้รีบรักษา ก็จะทำให้ทุกอย่างผ่านไปได้

ราศีกรกฎ (เกิดระหว่างวันที่ 15 ก.ค. – 16 ส.ค.)***



ราหูโคจรเข้าทับเรือนชะตาของชาวราศีกรกฎ ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2560 และอยู่ไป 1 ปีครึ่ง หรือจนถึงช่วงปลายปี 2561 ในทางโหราศาสตร์นั้น ราหูเป็นมิตรกับพระเสาร์ และเกื้อกูลต่อพระจันทร์ และราศีกรกฎ มีเทพพระจันทร์เป็นเทพประจำตัว เมื่อราหูมาทับ แปลว่า ราหูเข้ามาเป็นคู่สมพลกับเจ้าเรือน มันก็จะส่งผลให้ชีวิตวุ่นวายหน่อย ๆ เหนื่อยหน่อย จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งใหญ่ แต่อย่างไรก็ดี หากมีมิตร-มีคู่ แล้วไม่ไปชวนเขาทะเลาะ จะเป็นกำลังหนุนชะตาแก้ภัยจากราหูที่มาทับเรือนตน

การงาน – มีเกณฑ์ย้ายบ้าน ย้ายที่ทำงาน แม้จะมีหนี้สินบ้างก็ไม่เป็นไร หากเป็นข้าราชการจะได้เลื่อนขั้น เลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่ง ส่วนนักธุรกิจ ก็จะได้ขยับขยายกิจการ มีเกณฑ์ได้บ้านใหม่ รถใหม่
การเงิน – ในช่วง 1 ปีครึ่งที่ผ่านมา ราหูมาค้นทรัพย์ในเรือนการเงิน แต่ ณ บัดนี้มันจบไปแล้ว จากนี้เป็นต้นไป ต่อให้มีเรื่องเสียเงิน ก็จะไม่เสียเท่าที่เคยเสียมาในอดีต ปีนี้จะได้เงินเยอะ แต่ก็จะเสียเยอะ มีรายจ่ายในการซื้อบ้าน ซื้อรถ ขยายกิจการงานต่าง ๆ

ความรัก – ถ้ามีคู่ อย่าชวนคู่ทะเลาะ เพราะดาวคู่มีเกณฑ์เดินเป็นอริกับดวงชะตา ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2560 ไป 2 ปีครึ่ง แปลว่าจะมีเหตุเล็กน้อยปลีกย่อยที่ทำให้เราขัดแย้งหรือทะเลาะ หรือขัดกันเองกับคนรัก ฉะนั้นต้องรู้จักประนีประนอม ส่วนใครที่เป็นโสด ตอนนี้เอาเวลาไปทุ่มเททำมาหากินจะดีกว่า เพราะดาวคู่เป็นอริกับดวงชะตา คบกับใครก็จะมีปัญหา
สุขภาพและอุบัติเหตุ – ดวงชะตาเห็นได้ชัดเจนว่า ราหูทับจะมีเกณฑ์ป่วยเจ็บทั้งร่างกายที่จะตรวจหาได้ยาก ควรออกกำลังกายไว้เป็นหลักเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง แล้วทำอารมณ์ให้ดี จะได้มีกำลังใจให้ผ่านพ้นจากโรคภัยที่เกิดจากบ่วงกรรม

แหล่งที่มา : thaided.com

5


เรื่องโชคลาภเป็นเรื่องปกติของคนไทยเลยก็ว่าได้ วันนี้จะพามาดูเรื่องโชคลาภที่ว่าบูชาพญานาคจะมีโชคลาภนั้นความจริงแล้วจะเป็นเช่นไรเราไปค้นหาคำตอบกันเลย



หลายๆคนอดถามไม่ได้เกี่ยวกับโชคลาภว่าบูชาพญานาคจะมีโชคลาภหรือไม่ ความจริงสิ่งนี้ย่อมขึ้นกับกรรมและวาระของแต่ละบุคคลด้วย ส่วนพญานาคนั้นท่านเป็นผู้ที่สามารถเข้าถึงทรัพย์ในดินและสินในน้ำ สัญญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ จึงมีความเลิศในด้านโชคลาภและการช่วยเหลือของพญานาคจะมีข้อจำกัดน้อยกว่าพระ ท่านสามารถช่วยเหลือเรื่องต่างๆได้มากมายแต่ไม่เกินกฏแห่งกรรม

.. ปู่พญานาคาธิบดีศรีสุทโธ ท่านใจดี มีเมตตามาก จากที่สัมผัสด้วยความรู้สึก ท่านรักลูกหลานทุกคน แต่อยากให้เราตั้งใจปฎิบัติธรรม ตามที่ลูกหลานพญานาคทุกคนควรทำนะค่ะ..

มั่นระลึกถึงท่าน ท่านจะคุ้มครองเราซึ่งเป็นลูกหลานท่านค่ะ



ตั้งนะโม 3 จบ

กายะวาจาจิตตัง อะหังวันทา

นาคาธิบดี ศรีสุทโธ

วิสุทธิเทวา ปูเชมิ ( 3 ครั้ง )

“ทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าเราศรัทธา เชื่อมั่น เราจะได้รู้ด้วยตัวเองค่ะ “



สามารถเทียบเพื่อความเข้าใจนะครับ กับตำแหน่งของมนุษย์ ดังนี้ องค์นาคาธิบดี เทียบเท่า พระเจ้าแผ่นดิน หรือประธานาธิบดี

พญานาคราช-นาคิณี เทียบเท่า นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรี

นาคา-นาคี เทียบเท่า ผู้ว่าราชการ-คหบดีผู้ใหญ่ฝ่ายต่างๆ

นาคผู้-นาคเมีย เทียบเท่า ประชาชนคนธรรมดาทั่วไปที่ค่อนข้างดี

เงือกผู้-เงือกเมีย เทียบเท่า เหมือนประชาชนทั่วไปทำดีได้-ทำชั่วได้ชั่ว

งูตัวผู้-งูตัวเมีย เที่ยบเท่า ประชาชนทั่วไป แต่จะไม่ค่อยรักษาถือศีลใดๆ

ส่วนจระเข้ ปลา ปู หอย กุ่ง และสัตว์น้ำต่างๆ นั้นเป็นเพียงบริวาร ไม่ได้ร่วมอยู่ในวงศ์พงษ์เผ่า นับสายไม่ถึงกัน

ปู่ท่านก็บอกมาแล้วว่า ใครจะใหญ่กว่าใครไม่สำคัญ แต่เราคือเผ่าพันธุ์เดียวกันเท่านั้นพอ หากองค์ท่านใหญ่กว่าแล้วยังไง หรือท่านศรีสุทโธใหญ่กว่าแล้วยังไง อะไรคือสาระที่ลูกต้องการ? ถ้าปู่บอกว่า “พ่อคือนาคาธิบดีของนาคาธิบดีอีกทีลูกจึงจะภูมิใจงั้นหรือ? ” ความยิ่งใหญ่ไม่ใช่สิ่งที่ลูกจะมาสนใจ การปฏิบัติต่างหากที่ควรสนใจ ทำอย่างไรให้เกิดบุญบารมีแก่ตัวลูกเอง

เรามักจะเรียกมันว่างูพ​​ญานาค นอกจากนี้ยังมีชื่อที่เป็นอย่างอื่นการโจมตีแบบสุ่มหรือพญานาคพญานาคพญานาคเมตร หรือเศษเป็นที่รู้จักกันในอนาคต และอื่น ๆ

ภาษาบาลีซึ่งหมายความว่างูที่เป็นหน้ายาวงูเป็นกึ่ง – พระเจ้าเข้าใจว่าเป็นหางของงู เมืองนี้เป็นที่เข้าใจกันดีว่าขณะนี้เราร่วมกันภายใต้รู้จักกันดีว่า

ตามตำนานตำนานนาคีเทวี, โฮกิติกะพี่ งูเป็นบุตรชายคน แพนธีออน เมืองกัทและแม่ของเธอเป็นรูปแบบ เด็กทักษะ เมืองนี้เป็นที่รู้จักกันดีว่าตามมหิธรปุระ ตำนาน และมันมีเจ็ดชั้น ล้านคนยืนอยู่ด้วยกันในการเรียงลำดับของการจับภาพที่ดีร่วมกัน 2 ซึ่งถูกครอบงำโดย 3 ต้องการที่จะมุ่งรายการ แน่นอนถือกรรมสิทธิ์ 4 พลีปิลาตในชื่อรัชสมัยของพญานาคพญานาค

ที่แสดงโดยพระคัมภีร์ สวรรค์บนพื้นดินสูงในเมืองเพลิดเพลินกับเมือง และใช่ว่าเป็นงู แต่พวกเขาไม่ได้คนเดียว เขายังเป็นมอนสเตอร์ที่จะกิน บนหน้าปกของซินซินพื้นเมืองของเธอวันเสาร์ขณะที่ สเวกัส เป็นกฎเป็นงูจริงและชั้น 5 และในเพียง 7

ในอนาคตก็จะปรากฏขึ้นหลายอย่างที่ ความยาวของงู ฉันจะมียอด งูหงอนรามเกียรติ์ในพจนานุกรมว่างูได้ทำให้ตัวเองบัลลังก์ของพระนารายณ์จะถูกจัดสรรษ นิวสตา ในท่า มนู งูหรือเชือกผูกเรือ Satiprt เป็นวัตถุวัสดุไว ครีบหลังขนาดใหญ่บนโลก (นารายณ์) กับปลาอีกครั้ง

ชีวิต งูถูกห่ออยู่ในเชือกระหว่างภูเขา พร้อมสำหรับการภูเขาของเทวดาและปีศาจหมุนจะทำให้น้ำทิพย์

ดาวดวงใหม่ในการส่งออกท่าทางประธาน บรอมมาร์กอัปหรือพระสงฆ์พุทธะ มันเกี่ยวข้องกับการเป็นจำนวนมากเวลาในอนาคตเมื่อถาดทองลอยพระพุทธเจ้า แร่ถาดขนาดใหญ่ที่เก่าจมในอนาคตกับปัจจุบันนางสุชาดา กับผู้ปกครองคิมเชียงใหม่ ได้ยินมันตื่นถาดเวลา

ข้อความและประวัติความเป็นมาทั้งหมดนั้นต้องขอขอบคุณ FEDFE เป็นอย่างสูงที่ได้ให้ข้อมูลความรู้เรา / และแหล่งข้อมูลภาพทุกแหล่งข้อมูล

6


ราศีกันย์ (ช่วงเวลาเกิดระหว่าง 17 ก.ย. – 16 ต.ค.)



อย่าไปสนใจกับสิ่งที่คนอื่นพูดไม่ดีต่อตัวคุณและคนรักของคุณ เพราะมันจะเป็นอุปสรรคต่อสิ่งที่คุณกำลังไขว่คว้าอยู่ คุณต้องมีความกล้าและพลังที่จะทำงานในทุกๆ วันให้สำเร็จ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคุณจะต้องมีความอดทนจนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม โปรดจำไว้ว่าคุณจะได้รับสิ่งที่ต้องการเพียงแค่ต้องพยามและอดทนสักหน่อย

ราศีตุลย์ (ช่วงเวลาเกิดระหว่าง 17 ต.ค. – 15 พ.ย.)



เจ้านายจะเห็นถึงความสามารถและความพยายามของคุณในเร็วๆนี้ ทำให้คุณมีโอกาสได้เลื่อนตำแหน่งที่สูงขึ้นในอาชีพการงาน คุณมีโอกาสที่จะเติบโตในอาชีพและไม่มีปัญหาในด้านการเงินเลย สิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณได้เดินทางไกล ทั้งเพื่อการพักผ่อนและการทำงาน และคุณก็จะภูมิใจกับความสำเร็จนี้เอามากๆ ในทางกลับกัน..จงอย่าลืมที่จะดูแลคนใกล้ตัวหรือคนที่รักคุณเพราะหากปราศจากคนเหล่านั้น คุณอาจจะไม่มีวันนี้ก็ได้นะ

ราศีธนู (ช่วงเวลาเกิดระหว่าง 16 ธ.ค. – 14 ม.ค.)



ในปีนี้คุณจะมีเทวดาผู้พิทักษ์คอยเกื้อหนุน ซึ่งอาจจะเป็นคนใกล้ตัวของคุณเอง และสิ่งที่คุณตัดสินใจลงมือทำก็เริ่มจะเห็นผลในเร็วๆ นี้ การที่คุณตั้งใจทำงานเป็นทีมก็เริ่มจะเห็นผลเช่นเดียวกัน ในที่สุดคุณก็จะรู้สึกผ่อนคลายได้เมื่อมองดูบัญชีธนาคารของตนเอง ถือว่าได้พักเบรคไปช่วงหนึ่งเลยล่ะ สิ่งสำคัญคือการดูแลคนรอบตัวที่ใกล้ชิด เพราะพวกเขาจะมีผลต่อปีแห่งการกอบโกยเงินของคุณในปีนี้ และจงอย่าหยุดยั้งพยายามทำสิ่งใหม่ๆ หรือหยุดฟังแนวคิดหรือความคิดเห็นใหม่ๆ จากคนอื่นนะคะ

ราศีกุมภ์ (ช่วงเวลาเกิดระหว่าง 13 ก.พ. – 13 มี.ค.)



คุณได้รอโอกาสทองในการเข้าถึงความเป็นอิสระทางการเงินมาสักพักแล้ว และคุณจะเริ่มเข้าถึงมันในปีนี้แล้วล่ะ การเปลี่ยนแปลงดีๆ กำลังจะเกิดขึ้น คุณก็แค่ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงนั้น ควรประหยัดเงินในครึ่งปีแรก จากนั้นความฝันในการเดินทางของคุณจะเป็นจริงในครึ่งปีหลัง

แหล่งที่มา : www.tnews.co.th

7


วันนี้เราจะพาทุกคนไปส่อง ค่าตัวของ 8 อันดับนักเตะที่ย้ายทีมด้วยค่าเหนื่อยที่แพงโข เรียกได้ว่าเเต่ละคนไม่ธรรมดาเลยละจ้า เเละเเต่ละคนก็มากด้วยความสามารถเเบบสุดๆไปเลยละ เเละจะมีใครบ้างนั้นอย่ารอช้าเลยจ้าตามไปดูกันเลยว่าค่าตัวใครเท่าไหร่กันบ้าง

อันดับ 8.สารัช อยู่เย็น ค่าตัว 4,700,000บาท



สารัชเริ่มเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่อายุ 7 ปี โดยเล่นเพื่อความสนุกสนานกับพ่อและเพื่อน ๆ และได้ตามไปดูพ่อเล่นฟุตบอลบ่อยครั้งจนทำให้เขาเริ่มลงสนามฝึกซ้อมอย่างจริงจังตอนอายุ 10 ปี

ขณะเรียนอยู่ชั้น ป.5 ที่โรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ โดยมีมาสเซอร์ นฤพล มาฬมงคล เป็นผู้ฝึกสอนคนแรกเส้นทางฟุตบอลอาชีพของเขานั้นเริ่มต้นขึ้นขณะที่เรียนชั้น ม.6 ช่วงใกล้ที่จะเรียนจะจบได้มีโอกาสเข้ามาเป็นนักเตะเยาวชนของเมืองทอง ยูไนเต็ด

เงินเดือนที่ได้รับครั้งแรกกับอาชีพนักฟุตบอลคือ 15,000 บาท ซึ่งในช่วงระยะเวลาที่เขาเป็นเด็กเยาวชนของสโมสรเมืองทองทางผู้ฝึกสอนว่าจะได้เป็นกำลังหลักของสโมสรเมืองทองด้วยเหตุผลนี้ทำให้ทางเมืองทอง ยูไนเต็ด

อันดับ 7. อดิศักดิ์ ไกรษร ราคา 150,000 ปอนด์ หรือประมาณ 7,500,000 บาท



เริ่มต้นมีชื่อเสียงกับการเป็นนักฟุตบอลของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน และปัจจุบันกำลังศึกษาที่คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และพาทีม ชงโคสีม่วง สโมสรฟุตบอลเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ทีมยักษ์ใหญ่ของไทยพรีเมียร์ลีก

คว้าตัวไปร่วมทีมในฐานะนักเตะเยาวชนในปี พ.ศ. 2552 แต่ด้วยวัยเพียง 18 ปี ในปี พ.ศ. 2559 อดิศักดิ์ได้ย้ายสโมสรกลับมาเล่นให้กับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของ ธชตวัน ศรีปาน

และสามารถทำประตูให้กับ กิเลนผยอง ได้ในฟุตบอลถ้วยพระราชทานประเภท ก. ซึ่ง กิเลนผยอง แพ้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดไป 1-3 ล่าสุด อดิศักดิ์ เปลี่ยนมาใส่เสื้อหมายเลข 9 ในฤดูกาล 2018

อันดับ 6.ธีราทร บุญมาทัน อยู่ที่ 225,000 ปอนด์ หรือประมาณมากกว่า 11 ล้านบาท

[/img]

ธีราทรเป็นผู้เล่นในตำแหน่งแบ็คซ้ายที่ถูกยกย่องว่าดีที่สุดในไทยเวลานี้ โดยราวกลางเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2554 จากการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 2014 โซนเอเชีย ระหว่างทีมชาติไทยกับทีมชาติซาอุดิอาระเบีย

ซึ่งเขาได้รับใบแดงให้ออกจากสนาม และในไม่กี่วัน ในการแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ 26 ระหว่างทีมชาติไทย พบกับทีมชาติอินโดนีเซีย ธีราทรซึ่งถูกเรียกเข้าติดทีมชุดซีเกมส์ หลังตกรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก

ก็ได้รับใบแดงอีกครั้งแต่เขาก็สามารถกับมาเล่นทีมชาติได้ในปัจจุบันแต่ในปัจจุบันเขาได้รับเลือกจากเกียรติศักดิ์ เสนาเมืองให้เป็นกัปตันทีมชาติชุดใหญ่เมื่อนัดเจอกับไต้หวัน และในขณะนี้เขาเป็นที่โด่งดังในระดับเอเชียว่าเป็น ‘อีซ้ายมหัศจรรย์’

อันดับที่ 5.อดุล หละโสะ มูลค่าการย้ายตัวครั้งนี้สูงถึง 12 ล้านบาท



ด้วยฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นของอดุลทำให้ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติชุดอายุไม่เกิน 23 ปีลงแข่งขันซีเกมส์จนได้รางวัลชนะเลิศ ก่อนย้ายจากสโมสรฟุตบอลชลบุรีไปร่วมทีมไกนาเร ทตโตะริ ทีมในดิวิชัน 3 ของญี่ปุ่น

ด้วยค่าตัวถึง 3 ล้านบาท โดยผลงานของอดุลที่ญี่ปุ่น คือการจบอันดับ 5 ในลีก แม้จะอยู่ครึ่งบนของตารางแต่ก็ไม่ได้เลื่อนชั้นไปเล่นดิวิชัน 2 ประกอบกับอดุลถูกใบเหลืองอยู่บ่อยครั้งทำให้ช่วงหลัง ๆ หลุดเป็นตัวสำรอง

จึงออกมาเปิดเผยว่าอยากย้ายกลับมาเล่นให้ชลบุรี เอฟซีต้นสังกัดเดิมฤดูกาล 2552 อดุล หละโสะย้ายกลับมาเล่นให้ชลบุรี เอฟซีต้นสังกัดเดิม หลังจากลงเล่นในลีกให้ต็อตโตริไป 19 นัด ในฤดูกาล 2008 โดยสวมเสื้อหมายเลข 19

อันดับ 4.ปกเกล้า อนันต์ 20 ล้านบาท จาก ชลบุรี เอฟซี ไป แบงค็อก ยูไนเต็ด



ปกเกล้าได้ร่วมทีมชาติรุ่นเยาวชน 19 ปี เข้าแข่งรายการชิงแชมป์เอเชีย ที่ประเทศจีน จากนั้น ในวันที่ 15 พฤศจิกายน เขาได้เซ็นสัญญาร่วมทีมกับสโมสรฟุตบอลอินทรีเพื่อนตำรวจ และในปีถัดมา

ในการแข่งขันไทยพรีเมียร์ลีก 2554 ปกเกล้าเป็นผู้ทำประตูให้แก่สโมสรฟุตบอลอินทรีเพื่อนตำรวจทั้ง 2 ประตูเมื่อครั้งที่พบกับสโมสรฟุตบอลบีอีซี เทโรศาสน ด้วยผลการแข่ง 2-0

ปกเกล้าเป็นหนึ่งในผู้ทำประตูในการแข่งฟุตบอลนัดอุ่นเครื่อง เมื่อครั้งที่พบกับทีมชาติจีนชุดใหญ่ ที่ประเทศจีน โดยเขาเป็นผู้ทำประตูในนาทีที่ 16  และทีมชาติไทยเป็นฝ่ายชนะที่ 5-1 ซึ่งนับเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ในการชนะทีมชาติจีนได้มากที่สุด

อันดับ 3. เจ ชนาธิป ทีมคอนซาโดเล ซัปโปโร อยู่ที่ 540,000 ยูโร หรือประมาณ 21 ล้านบาท



เป็นที่รู้จักในฉายา เมสซี่เจ (Messi Jay) เกิดวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2536 เป็นนักฟุตบอลทีมชาติไทย ปัจจุบันเล่นให้กับสโมสรฟุตบอล คอนซาโดเล่ ซัปโปโร สโมสรในลีกญี่ปุ่นหรือเจลีก ยืมตัวใช้งานด้วยสัญญา 1 ปี 6 เดือน

ด้วยการมีรูปร่างที่เล็ก แต่มีทักษะฟุตบอลที่ดี มีความคล่องแคล่ว ปราดเปรียว มีความเข้าใจเกมสูง ชนาธิปจึงได้รับฉายาว่า เมสซี่เจ และมีแฟนสาวที่สวยกระชากใจหนุ่มไทยทั่วประเทศ

อันดับ 2. ธีรศิลป์ แดงดา ค่าตัวอยู่ที่ 600,000 ปอนด์ หรือประมาณ 30 ล้านบาท



หลังจากธีรศิลป์ แดงดาตัดสินใจที่จะกลับเมืองทอง ยูไนเต็ด ในปีพ.ศ. 2558 เขาก็กลับมาเล่นให้เมืองทองตามเดิม โดยกลับมาก็ได้เล่นเกมอุ่นเครื่องซึ่งพบกับทีมธนบุรี ซิตี้ ซึ่งธีรศิลป์สามารถทำประตูได้ แต่พอเริ่มเปิดลีก ไทยพรีเมียร์ลีก

ในฤดูกาล2558 ธีรศิลป์กลับฟอร์มตกอย่างน่าใจหายในช่วงต้น หลังจากนั้นก็คืนฟอร์ม ทำ2ประตูได้ในการแข่งขันโตโยต้า ลีกคัพ พบกับทีม สงขลา ยูไนเต็ด ก่อนจะมาทำประตูแรกในไทยลีกนัดที่เยือน ราชนาวีหลังจากนั้นธีรศิลป์ผลงานดีขึ้น

นอกจากนั้นในการแข่งขัน ช้าง เอฟเอคัพ รอบรองชนะเลิศ ธีรศิลป์เป็นคนยิงประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บในนัดที่ชนะ อาร์มี่ ยูไนเต็ด 2-1 พาทีม เมืองทอง ยูไนเต็ดเข้าชิง ช้าง เอฟเอคัพ ก่อนสุดท้ายจะแพ้ให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในนัดชิงชนะเลิศ

อันดับ 1.กวิน ย้ายไป โอเอช ลูเวิน ในลีกรองเบลเยียม ที่จำนวนเงิน 1,250,000 ยูโร หรือประมาณ (48,700,000 บาท)



กวินทร์ ได้มาร่วมทีมกับเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เมื่อปี พ.ศ. 2551 ซึ่งปีนั้น เมืองทอง ยูไนเต็ดได้เลื่อนชั้นมาเล่นในไทยพรีเมียร์ลีก กวินทร์สามารถแสดงทักษะจนได้เป็นแชมป์ฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกครั้งแรกของสโมสร

กวินทร์สามารถเล่นตำแหน่งผู้รักษาประตูได้ดีกับสโมสร ทำให้ได้เล่นเป็นผู้รักษาประตูอย่างเต็มตัว แฟนฟุตบอลเมืองทอง ยูไนเต็ด ได้ตั้งฉายาให้ว่า “เทพกวินทร์ บินได้

รวมถึงเป็นผู้ถือธงชาติไทยนำหน้าคณะนักกีฬาไทยในพิธีเปิดเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ และในปลายปีเดียวกัน เขาได้เป็นกัปตันทีมชุดใหญ่ที่คว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 แทนที่อดุล หละโสะ ซึ่งบาดเจ็บที่หัวเข่า

เป็นไงกันบ้างค่ะสำหรับ ค่าตัวของ 8 อันดับนักเตะที่ย้ายทีมด้วยค่าเหนื่อยที่แพงโข เรียกได้ว่าเเต่ละคนไม่ธรรมดาเลยละจ้า เเละเเต่ละคนก็มากด้วยความสามารถเเบบสุดๆไปเลยละ ทั้งเก่งเเละสุดยอดไปเลยละจ้า

ข้อมูลจาก  http://hot.woonsen.co/34632/

8


  "เทพอินทรี" อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด ทีมแกร่งแห่งแดนอีสานใต้ ที่เพิ่งโชว์ฟอร์มเก่งในศึกช้าง ชลบุรี อินวิเตชั่น ด้วยการสยบ "ตะหานน้ำ" ราชนาวี เอฟซี แชมป์เก่ารายการนี้ไปด้วยสกอร์ 2-1 บรรลุข้อตกลงคว้าตัว บรินเนอร์ เฮนริเก้ ซานโตส เซนเตอร์ชาวบราซิล วัย 30 ปี จากสโมสร กิเรสซันสปอร์ จากลีกสูงสุดตุรกี เข้ามาร่วมทีม แทนที่ของ วิตเตอร์ คาร์โดโซ่ อดีตปราการหลังตัวเก่งของทีม ที่ย้ายไปร่วมทัพ "กว่างโซ้งมหาภัย" สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

       โดยแนวรับเจ้าของความสูง 189 ซม. เคยเป็นผู้เล่นของสโมสร โบตาโฟโก้ ทีมแกร่งแห่งลีกสูงสุดบราซิล นับตั้งแต่ปี 2012 ก่อนจะถูกปล่อยยืมตัวให้กับทีมในบ้านเกิดหลายสโมสร ทั้ง พาราน่า, โปรตุกิสซ่า, เอสเต้ และเรโม่ จากนั้นย้ายทีมออกมาเพื่อหาความท้าทายในลีกตุรกีกับสโมสร บานเดียมัสปอร์ เมื่อกลางปี 2016 และย้ายสู่สโมสร กิเรสซันสปอร์ เมื่อกลางปี 2017 จนสิ้นสุดสัญญาเมื่อจบฤดูกาล ก่อนจะบินมาเตรียมหาความท้าทายครั้งใหม่กับ "เทพอินทรี" อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด ในที่สุด

เนื้อข่าวจาก  http://www.tabungoal.com/news.php?news_id=0000625

9


"กูปรีอันตราย" ศรีสะเกษ เอฟซี ทีมแกร่งแห่งลีกรองของไทย ซึ่งอยู่ระหว่างเก็บตัวเพื่อทำการแข่งขันฟุตบอลสี่เส้า “Gulf Invitation CUP 2018” ระหว่างวันที่ 20-21 มกราคม 2561 ณ จ.ระยอง บรรลุข้อตกลงคว้าตัว "ปาน" สุรัตน์ สุขะ กองกลางจอมเก๋า วัย 35 ปี เข้ามาร่วมทีมเป็นที่เรียบร้อย

      โดยนักเตะชาวสกลนคร อดีตยอดมิดฟิลด์ทีมชาติไทย ผ่านการค้าแข้งกับทีมชั้นนำ ทั้งไทยและต่างประเทศมาอย่างโชกโชน ไม่ว่าจะเป็น ชลบุรี เอฟซี, เมลเบิร์น วิคตอรี่(ออสเตรเลีย), บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ ล่าสุดกับ อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด ที่มีปัญหาเคลียร์ค่าเหนื่อยกันไม่ลงตัว จนเจ้าตัวทนไม่ไหวต้องโพสต์ทวงถามในเฟสบุ๊ค

cr. sskfc, f.surat sukha     http://www.tabungoal.com/news.php?news_id=0000623#


10


ราศีกุมภ์ (ช่วงเวลาเกิดระหว่าง 13 ก.พ. – 13 มี.ค.)



ถือว่าเป็นช่วงลั้นล้าไม่คิดเยอะเพราะอะไรก็ดูจะดีและลงตัว ไม่มีอะไรต้องเครียด เมื่อไม่ต้องเครียดก็ใช้ชีวิตให้มันสนุก หากิจกรรมมันส์ๆทำเลย

การงาน : ถือว่างานโดดเด่นทำงานแล้วมีความสุขเพราะเป็นงานที่เป็นงานถนัดเป็นงานที่ต้องสายกับความสามารถ ทำแล้วงานก็ออกมาดี คนทำงานฟรีแลนซ์ต่างๆ คิวแน่นคนต้องการตัว คนทำธุรกิจ เห็นเงียบๆ ออร์เดอร์เพียบ

การเงิน : เงินมา ดูจะทำอะไรไม่ต้องมาก แต่เงินเข้า เรียกว่าเป็นช่วงทำงานสบายรายได้ดี หรือบางคนบอกเหนื่อยแต่รายได้ก็หนักตามงานที่ทำไปด้วย เพราะฉะนั้นเรื่องเงินถือว่าเป็นช่วงกอบโกย มีเกณฑ์เดินทาง หรือ มีกิจกรรมที่น่าสนใจ ก็จับไป

ความรัก : คนมีคู่แล้ว ดูจะสนุกสนานไม่ต้องคิดอะไรกันเยอะ อยากไปไหนก็ไปกัน อยากทำอะไรก็ทำ กินอะไรก็กิน เป็นคู่ชิลล์ซึ่งก็น่ารักกันดี คนโสด เรียกว่ารักทุกคน แต่อย่างเพิ่งผูกมัด อยากคุยกับใครแล้วสบายใจก็คุย เรื่องสถานะช่วงนี้ไม่สน

ราศีเมษ (ช่วงเวลาเกิดระหว่าง 13 เม.ย. – 13 พ.ค.)



มีการปรับเปลี่ยนรีโนเวทชีวิตอะไรหลายต่อหลายอย่าง บางครั้งจำเป็นต้องทำใจตัวเองให้มันนิ่งๆ เพื่อรับการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลารอบตัว สติเท่านั้นจะช่วยให้ทุกอย่างผ่านฉลุย

การงาน : มีการปรับในเรื่องของงานเยอะพอสมควร โดยเฉพาะวิธีการทำงานและตัวเนื้องานเองซึ่งมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้น ซึ่งเราเองอาจจะรู้สึกว่าไม่อยากเปลี่ยนอยากทำอะไรเดิมๆ อยู่ ซึ่งเอาจริงๆ แล้วควรคิดว่าเป็นโอกาสได้ลองสิ่งใหม่

การเงิน : มีโชคในเรื่องการเสี่ยงการลงทุนต่างๆ รวมทั้งใครกำลังคิดจะซื้อจะขายอสังหาริมทรัพย์ถือว่าเป็นจังหวะที่ดีมากเลยทีเดียว การเงินโดยทั่วไปถือว่าไหลเวียนดี และคุณเองก็สงบสติอารมณ์กับการจับจ่ายลงได้บ้างแล้ว

ความรัก : คนมีคู่แล้ว ความรักยังถือว่าไปได้แต่ไม่หวานเท่าไหร่ ดูทั้งคู่จะมีโลกส่วนตัวหรือนั่งครุ่นคิดในเรื่องของตัวเองจนลืมสนใจอีกฝ่ายไปบ้างก็ต้องกลับมาสนใจคู่ตัวเองให้มากขึ้น คนโสด ไพ่บอกว่าดูจะยังเกาะความโสดเอาไว้ก่อน เบื่อๆ ไม่อยากสานสัมพันธ์กับใครเลย

ราศีพฤษภ (ช่วงเวลาเกิดระหว่าง 14 พ.ค. – 13 มิ.ย.)



เรียกว่าเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นรับต้นปีก็ว่าได้ หลายคนที่ปีใหม่ไม่ได้ไปไหน ช่วงนี้ก็มีเกณฑ์ที่จะเดินทางอีกครั้งซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขอย่างแท้จริง มองอะไรก็เป็นสีชมพูไปหมด

การงาน : ถือว่ามีความสุขในเรื่องการทำงาน เพราะทิศทางในเรื่องงานต่างๆ ดูจะขับเคลื่อนไปในทิศทางที่ดี อะไรที่วางแผนไว้คิดไว้ก็ดูจะเป็นไปตามเป้าที่กำหนด ทุกอย่างดูสนุกและน่าตื่นเต้น

การเงิน : โบนัสมาเงินเดือนขึ้น คนทำธุรกิจต้นปีนี้กำไรเงินปันผลต่างๆ ตอบแทนคุณอย่างสาสมกับความตั้งใจที่ทำมา รวมทั้งมีเกณฑ์รับทรัพย์ด้วยสำหรับคนที่รอหรือคาดหวังเงินอะไรอยู่ ถือว่าสมหวัง เฮงๆ ปังๆ กันไป

ความรัก : คนมีคู่แล้ว นี่ก็หวานน้ำตาลเรียกพี่ ไปไหนก็หนีบกับไปยิ่งกว่าปาท่องโก๋ซะอีก ความรักดูจะสดใสเบ่งบานสุกงอมพร้อมโดนสอยลงมาจากต้นแล้ว คนโสด มีคนจะเข้ามาขายขนมจีบทำให้โลกของคุณน่าอยู่ขึ้นแล้ว

ราศีกันย์ (ช่วงเวลาเกิดระหว่าง 17 ก.ย. – 16 ต.ค.)



ถ้าใครกำลังมีคดีความรอการตัดสินอยู่ก็บอกได้เลยว่าตัวคุณจะเป็นฝ่ายที่ชนะได้รับความยุติธรรมนั้นสักที ส่วนใครไม่ถึงกับว่าเป็นคดีแต่รอการตัดสินใจอะไรอยู่มันก็จะชัดเจนแล้ว

การงาน : งานถือว่าโดดเด่นมากเลย ใครต้องเซ็นเอกสารสัญญาอะไรก็ตามต้องเช็คต้องอ่านสักนิดแต่ดูๆ ไปแล้วคุณได้รับผลประโยชน์อย่างเต็มที่ ช่วงนี้อาจจะต้องเข้าหาเจ้านายโชว์ผลงานความสามารถของตัวเองสักนิด แล้วจะมีความก้าวหน้า

การเงิน : การเงินนี่ปังมากๆ ทั้งเรื่องรายรับโดยรวม และการเสี่ยงโชค ถือว่าโดดเด่นอย่างมาก เป็นช่วงการเงินพุ่งทะยาน แต่ระวังคนนิดหน่อยไม่ไว้ใจคนจะดี ซึ่งจริงๆแล้วเราน่าจะฉลาดกว่า คนอื่นควรกลัวเรามากกว่า

ความรัก : คนมีคู่แล้ว ถ้ามีกิ๊กควรหยุดซะ มาโฟกัสกับแฟนตัวเอง มาทำสิ่งที่ถูกต้องไม่ต้องคิดว่าสวยเลือกได้อะไรมากมาย ประจบแฟนไว้อยากได้อะไรก็ได้นะขอบอก คนโสด ระวังมีคนมาหลงใหลได้ปลื้มกันแบบหัวปักหัวปำ ถ้าเราเป็นคนดีก็เปิดใจ ถ้าเป็นคนไม่ดีจะหลอกเขาเอาผลประโยชน์ก็จะได้แบบเต็มๆ อันนี้ไม่รู้เลือกเอง

ราศีตุลย์ (ช่วงเวลาเกิดระหว่าง 17 ต.ค. – 15 พ.ย.)



บอกเลยว่าเป็นช่วงท้าทายเพราะจะได้ทำอะไรใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยทำและไม่แน่ใจด้วยว่าจะทำได้หรือไม่แต่มันก็ตื่นเต้นและน่าลอง ควรมั่นใจในตัวเอง

การงาน : งานท้าทาย งานแปลกใหม่ ถึงจะไร้ประสบการณ์ต้องใช้ความพยายามแรกๆ อาจจะกระท่อนกระแท่น แต่ก็เป็นอะไรที่น่าลองทำและคิดว่าสุดท้ายคุณจะทำได้และเป็นสิ่งที่คุณภูมิใจในตัวเอง

การเงิน : การเงินมันอาจจะไม่ลงตัวบ้าง เครียดบ้าง เงินช๊อตๆ กันบ้าง แต่ทั้งหมดผ่านได้ ผ่านยังไงไม่รู้ ผ่านไปแบบงงๆ แต่ก็ถือว่าผ่าน โชคลาภก็มีด้วยซ้ำ เผลอๆ จะได้เยอะด้วย

ความรัก : คนมีคู่แล้ว เอาเป็นว่าถึงจะเถียงจะทะเลาะ จะเซ็งจะเหนื่อยจะเบื่อ อยากจะด่ากันวันละร้อยรอบ แต่มันก็มีความรักและเข้าใจกันอยู่ในที คนโสด จะเจอคนเข้ามาจีบ เข้ามาชอบ และเป็นคนที่คาดไม่ถึงว่าจะมาชอบเรา

ราศีพิจิก (ช่วงเวลาเกิดระหว่าง 16 พ.ย. – 15 ธ.ค.)



เป็นจังหวะที่โดดเด่น ทุกอย่างกำลังเดินหน้าอย่างเต็มที่เพราะฉะนั้นเราเองก็ต้องเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมกันสิ่งที่กำลังจะก้าวไปข้างหน้าด้วยเช่นกัน

การงาน : งานมีการขยับขยายเลื่อนขั้นปรับตำแหน่ง แต่เราเองก็จะต้องทำงานเหนื่อยขึ้นหนักขึ้นตามไปด้วย งานล่วงเวลาก็มา เอาเป็นว่าแทบไม่ได้หยุดนิ่งกันเลยทีเดียว

การเงิน :  เงินดีมากเลยไม่ต้องห่วง รายรับรายจ่ายถือว่าลงตัวอยู่พอสมควร ปัญหาอะไรไม่มี ใช้จ่ายได้ตามปกติ อาจจะมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับคนในครอบครัวขึ้นมาบ้างแต่ก็เป็นการจ่ายที่มีความสุข

ความรัก : คนมีคู่แล้ว ลดความเอาแต่ใจ ชอบข่มชอบเอาชนะลงนิดหน่อย ครอบครัวความรักก็ดูจะสวยงาม คนโสด ทำตัวให้อ่อนหวาน ไม่เยอะไม่แยะ คนก็พร้อมจะเข้าหา

แหล่งที่มา : www.tnews.co.th

11


“ดวง” หรือ Horoscope ในภาษาไทย “ดวงชะตา” หมายถึง เกณฑ์ที่กำหนดชีวิตของคน หรือสัตว์ ตลอดจนบ้านเมือง อาจกล่าวได้ว่า ดวงชะตา ของแต่ละบุคคล หรือแต่ละชีวิต หรือแต่ละสถานที่ย่อมมีความแตกต่างกันไป ตามช่วงเวลา, ระยะเวลาที่ชีวิต หรือสิ่งเหล่านั้นกำเนิดขึ้รวมถึงสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ก็มีผลต่อ ดวงชะตา เช่นกัน จะเห็นว่าหลาย ๆ คนนิยมตรวจสอบ ดวงชะตา ของตนเอง หรือสภาพแวดล้อมที่ตนเองอาศัยอยู่ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ทราบพื้นฐานความเป็นมาของ ดวงชะตา ตลอดจนข้อมูลในอนาคต หรือที่เรียกกันว่า ชะตากำหนด ทั้งนี้ก็เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้น มามาคำนวณหาทางปรับแก้ที่ดีที่สุด เพื่อการดำรงอยู่ในทางที่เหมาะที่ควรในอนาคต ซึ่งเราหลาย ๆ คนคงจะเคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับการเสริมดวง, การผูกดวง ฯลฯ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละบุคคล ถือเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในการดำรงชีวิต





การดูดวงเป็น กิจกรรมเพื่อรับรู้ดวงชะตาของบุคคลหรือสถานที่ เช่นดวงเมืองเพื่อจะรับทราบข้อมูลในอนาคตตามแต่ความเชื่อและขอคำแนะนำในการตัดสินใจ การดูดวงจะมีคำทำนายเป็นผลลัพธ์ ผู้ที่ทำนายเรียกว่า หมอดู และผู้ที่ถูกดูเรียกว่า เจ้าชะตา การดูดวงมีมาแต่ครั้งโบราณ แม้กระทั่งยามออกรบ ก็จะดูดวงชะตาว่าควรรบหรือไม่ การดูดวงถือว่าเป็นกิจกรรมเพื่อสร้างความมั่นใจอย่างหนึ่ง



ล่าสุดทางด้าน “หมอดูชื่อดัง” เผยใครเกิด 3 วันนี้? มีเกณฑ์.. “บุญเก่าจะหนุนนำพา เทวดาจะเปิดทางรวย จะถูกหวยส่งท้ายปี” อยากรู้ว่าดวงชะตาชีวิตของคุณเป็นยังไงกันบ้าง ไปเช็คดูกันเลยค่ะ…!!!!

คนที่เกิดเสาร์



คนเกิดวันเสาร์มักมีดวงชะตาแข็ง แม้ช่วงใดดวงเสียต้องตกยากหรือพบอุปสรรคที่หนักหนา กลับสามารถยืนหยัดต่อสู้ และผ่านไปได้ด้วยดี แม้แต่ใครคิดร้ายก็ต้องพ่ายแพ้ไปในที่สุด มีลักษณะความเป็นผู้นำ หนักแน่น รักเกียรติ ถือศักดิ์ศรีของตน และไม่เคยคิดเอาเปรียบใคร และเป็นคนตรงไปตรงมา มีความขยัน อดทน ทำงานเก่ง ส่วนใหญ่มักจะได้รับราชการ และได้ทำอาชีพที่มั่นคง และลักษณะเด่นเป็นคนดวงแข็งมาก ในจำนวนปีเกิดทั้ง 7 วัน ข้อเสียของคนเกิดวันนี้จะเสียตรงที่คำพูดคือ พูดแล้วคิดที่หลัง

คนที่เกิดวันอาทิตย์



คนเกิดวันอาทิตย์มักมีวาสนา ดี จึงมักมีดวงชะตาที่ดี มีบุญมีวาสนา ดีดวงส่วนใหญ่แล้วจะมียศมีศักดิ์ ฐานะดี มีทรัพย์มีบริวารมาก แต่เป็นคนทำคุณใครไม่ขึ้นอย่างดีก็เสมอตัว แต่ทำดีแล้วเป็นบุญ เพราะคนเกิดวันอาทิตย์ ดวงชะตาตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ มักมีคนเกื้อกูลส่งเสริมเสมอ

คนที่เกิดวันพฤหัสบดี



คนเกิดวันพฤหัสบดีนี้เป็นคน มีบุญ มีดวงชะตาดี มีเกียรติ มีคนเคารพนับถือมาก แต่มักมีปัญหาเรื่องคู่ครอง หรือไม่ก็อาภัพคู่ เป็นคนเจ้าระเบียบ เป็นคนเข้มงวด มีจิตใจเอื้ออาทรต่อคนรอบข้าง รักสงบ ชอบความมั่นคง ยึกถือความถูกต้อง เที่ยงธรรม เด็ดเดี่ยว แต่กลัวการเปลี่ยนแปลง ช่างคิดช่างระแวง แต่ทำอะไรรอบคอบ



ข้อมูลจาก  https://tephangsap.com/329

12


 พล.ต.อ. ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เผยหลังจากที่ได้ชมเกมการแข่งขัน ณ สนามศุภชลาศัย ในศึกออมสิน ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์ คัพ 2018 ซึ่งทีมที่สามารถคว้าแชมป์ไปครอง ได้แก่ สโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ด้วยการดวลจุดโทษเอาชนะสโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไปแบบสุดมันส์ 8-7 หลังเสมอในเวลา 90 นาที 2-2 นั้น

       โดยหัวเรือใหญ่ฟุตบอลไทย ได้พูดถึงระบบวีดีโอช่วยผู้ตัดสิน หรือ วีเออาร์ ว่า มีประโยชน์และเหมาะสมที่จะนำไปใช้ในลีกสูงสุดฟุตบอลไทยต่อไป แต่ในเบื้องต้นคงจะนำไปใช้ในนัดสำคัญ หรือซุปเปอร์บิ๊กแมตช์ไปก่อน

       "วันนี้การแข่งขันฟุตบอล ออมสิน ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์ คัพ 2018 เป็นครั้งแรกที่ ทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ นำระบบ VAR หรือ Video Assistant Referee มาใช้เป็นครั้งแรก" บิ๊กอ๊อด กล่าวเริ่ม

       "จากการที่ได้พูดคุยกับผู้ตัดสินที่เป็นผู้ช่วยที่อยู่ที่หน้าจอมอนิเตอร์เหตุการณ์การแข่งขัน และ คุณ เบนจามิน ตัน ที่เป็นผู้ดูแลคลับไลเซนซิงของ บริษัท ไทยลีก จำกัด ก็ได้นั่งดูอยู่ในทุกเหตุการณ์ ซึ่งบางเหตุการณ์ก็น่าสงสัย หรือ 50-50 จากการใช้ VAR มาช่วยผู้ตัดสิน ก็ถือว่าประสบผลสำเร็จ ทำให้การตัดสินในวันนี้ เป็นการตัดสินที่ยุติธรรม และสามารถตอบคำถามได้ว่าลูกนั้นลูกนี้ ฟาวล์หรือไม่ฟาวล์ ก็ถือเป็นความสำเร็จของการพัฒนาวงการฟุตบอลแห่งประเทศ ถ้าหากระบบนี้เป็นที่ได้รับรองจากฟีฟ่า เราจะนำมาใช้ในการแข่งขันในฟุตบอลลีกต่างๆ และถ้วยต่างของประเทศไทยต่อไป"



 "คือผู้ตัดสินจะตัดสินใจใช้หรือไม่ใช้ เขาจะต้องได้รับการส่งสัญญาณจากคนที่นั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ อย่างที่เห็นเหตุการณ์บางจังหวะที่มีผู้เล่นประท้วงเรียกฟาวล์ แต่ไม่มีการใช้ เพราะไม่ได้รับการเตือนจากภายใน เพราะฉะนั้นภายในจะเห็นได้ชัดกว่า คนดูในสนามอาจจะมองว่าฟาวล์ แต่ภาพช้า ซึ่งผู้ตัดสินสองคนที่นั่งหน้าจอบอกว่าไม่ฟาวล์ เขาจะส่งสัญญาณไปบอกว่าการตัดสินนั้นถูกต้อง หรือลูกสุดท้าย ที่มีการฟาวล์ของผู้เล่นบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แล้วผู้ตัดสินมาดู มอนิเตอร์ VAR เพราะว่าผู้ตัดสินข้างในส่งสัญญาณให้ดู เพราะฉะนั้นการตัดสินมันจะสัมพันธ์กัน และการใช้เวลาการตัดสินใจก็ไม่นาน คิดว่าการตัดสินครั้งนี้ ด้วยการนำระบบ VAR ในอนาคตจะช่วยการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินเป็นที่ยอมรับ เชื่อถือว่าสามารถให้ความยุติธรรมในการแข่งขันได้ ต้องดูกันต่อไป เราอาจจะนำมาใช้ใน โตโยต้า ไทยลีก บางเกม อะไรที่ส่งเสริม พัฒนาให้วงการฟุตบอลไทยเป็นที่ยอมรับ ผมจะทำสิ่งนั้น และสำคัญคือจะหาวิธีใช้เงินของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ อย่างคุ้มค่าที่สุด" นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ กล่าวทิ้งท้าย

       สำหรับการใช้เทคโนโลยี VAR ครั้งแรกในฟุตบอลไทยนั้น เกิดขึ้นในนาทีที่ 88 จากจังหวะที่ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต ไปเจตนาศอกใส่ ปิยพล ผานิชกุล ก่อนที่ผู้ตัดสิน ศิวกร ภูอุดม จะตัดสินใจเรียกใช้ VAR และเมื่อพิจารณาจากวีดีโอช่วยตัดสินแล้ว จึงไม่ลังเลที่จะชูใบแดงไล่ดาวยิงปราสาทสายฟ้าออกจากสนาม



ทั้งนี้ ระบบ VAR คือ การใช้วีดิโอช่วยกรรมการในสนามตัดสินใจเหตุการณ์สำคัญๆ ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวจะมีการนำมาใช้ในฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้าย ณ ประเทศรัสเซีย หลังจากได้เริ่มใช้บนเวทีระดับนานาชาติในเกมฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก 2016 และฟีฟ่า คอนเฟเดเรชั่นส์ 2017 รวมไปถึงลีกชั้นนำของโลก และเริ่มทดลองใช้ในไทยครั้งแรก ในศึกไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์ คัพ 2018 เมื่อวันศุกร์ที่ 19 มกราคม 2561

cr. fair     http://www.tabungoal.com/news.php?news_id=0000619#

13


เขียนให้คุณอ่าน : 10 สโมสรที่ขึ้นชื่อว่าแฟนบอลเชียร์ได้มันส์สุดๆ ที่คุณจะต้องไปสัมผัสให้ได้

ฤดูกาลอันเร้าใจของการแข่งขันฟุตบอลลีกสูงสุดของเมืองไทยอย่างไทยลีกที่จะเริ่มการแข่งขันในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่จะมาถึงนี้ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว หลายๆ ทีมต่างทุ่มงบประมาณมหาศาลในการซื้อตัวนักเตะชื่อดังเข้าร่วมทีมมากมาย และอีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ แฟนบอลผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของแต่ละสโมสร วันนี้ทางทีมงาน BigHoyLive จึงได้รวบรวมสถิติ 10 อันดับสโมสรที่ขึ้นชื่อว่าแฟนบอลเชียร์ได้มันส์สุดๆ ที่คุณจะได้ไปสัมผัสให้ได้ในฤดูกาล 2017

อันดับ 10 สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด



แม้ว่ากลุ่มเชียร์ของสโมสร “ปราสาทสายฟ้า” จะมีไม่กี่กลุ่มเท่านั้น แต่แฟนบอลของทีมนี้ยังคงหนาแน่นอยู่เวลาที่ทีมรักลงทำการแข่งขันในบ้าน ในทุกๆ ครั้งที่ทีมยิงประตูทีมเยือนได้ เสียงดีใจของแฟนบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะกระหึ่มไปทั่วสนามทุกครั้งทำให้บรรยากาศฉลองประตูดูจะมีมนต์ขลังที่คุณน่าจะลองไปสัมผัสสักครั้ง

อันดับ 9 สโมสร เชียงราย ยูไนเต็ด



แม้ในฤดูกาลก่อนหน้านี้ทีมเจ้าบุญทุมหน้าใหม่ของวงการฟุตบอลไทยจะไม่มีอะไรหวอหว่าสักเท่าไร แต่ช่างผิดกันกับฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะเริ่มขึ้น ที่แข้งชื่อดังทั้งในประเทศและต่างประเทศต่างพาเลซเข้สู่ทีมอย่างมากมายจนถูกสื่อหลายๆ สำนักยกให้เป็นเต็งหนึ่งในการคว้าแชมป์ไทยลีกฤดูกาล 2017 และแน่นอนว่าแฟนบอลของ “กว่างโซ้งมหาภัย” จะต้องเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน และอาจจะกลายเป็นนรกของทีมเยือนอย่างแน่นอน

อันดับ 8 สโมสร อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด



มาถึงคิวของสโมสรน้องใหม่ของไทยลีกอย่างทีมอุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด ถึงแม้หลายๆ คนจะไม่เคยเห็นการเชียร์ของแฟนบอล “เทพอินทรี” แต่สำหรับคอบอลลีกดิวิชั่น 1 หรือไทยลีก 2 ในฤดูกาลที่ผ่านมาคงจะรู้ดีว่าแฟนบอลทีมนี้ไม่ธรรมดา เพราะในทุกเกมที่ทีมเล่นในบ้านสนามแทบแตกทุกนัด และเสียงเชียร์ไม่เคยเงียบหายไปเวลานักเตะลงสนาม เรียกได้ว่าคอยกดดันคู่ต่อสู้ตลอดเวลาและค่อยให้กำลังใจทีมรักในทุกๆ จังหวะเลยทีเดียว

อันดับ 7 สโมสร ชลบุรี เอฟซี



ถ้าหากจะหาความคลาสสิคในการเชียร์ฟุตบอลของเมืองไทยต้องที่ชลบุรี สเตเดี้ยม ที่นี้ที่เดียวเท่านั้น สโมสรที่มีแฟนบอลเหนียวแน่นที่สุดเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าผลงานของทีมจะออกมาแย่ขนาดไหนแฟนบอลก็ยังเข้าไปเชียร์เหมือนเดิม จุดเด่นของกองเชียร์ทัพ “ฉลามชล” คือการเชียร์ในรูปแบบคล้ายๆ ฟุตบอลอเมริกาใต้ที่ดุดันและแข็งแรง

อันดับ 6 สโมสร บางกอกกล๊าส



เป็นอีกหนึ่งกองเชียร์ที่เรียกได้ว่าคอยกดดันคู่ต่อสู้ตลอดเวลาโดยเฉพาะฝั่งอัฒจรรย์สามชั้น ที่นักเตะทีมเยือนต้องหวาดกลัวทุกครั้งที่ทีมบุกมายังประตูฝั่งนี้ ด้วยเสียงที่กระหึ่มค่อยรบกวนตลอดเวลาจนอาจทำให้นักเตะเสียสมาธิได้ เป็นอีกหนึ่งสนามที่คุณไม่ควรพลาดในการไปเยือนในไทยลีกฤดูกาล 2017

อันดับ 5 สโมสร สุโขทัย เอฟซี



แม้จะเป็นทีมลำดับกลางตารางและไม่ใช่ทีมใหญ่แต่ต้องยอมรับว่ากองเชียร์สโมสร “ค้างคาวไฟ” นั้นใจใหญ่ทุกคน ทุกครั้งที่ทีมเปิดสนามทุ่งทะเลหลวงตอนรับทีมเยือนต่างๆ แฟนบอลจากทั่วสารทิศต่างมาด้วยเป้าหมายเดียวกันคือเชียร์ทีมรักของตัวเองจนล้นสนามในทุกๆ นัด จนทางสโมสรต้องประกาศขายตั๋วให้แก่กองเชียร์ขาประจำที่มีตั๋วเข้าชมการแข่งขันนัดก่อนหน้านี้ และแน่นอนว่าแฟนบอลทุกคนในสนามต่างพร้อมใจตะโกนเชียร์เป็นเสียงเดียวกันตลอดเวลา


อันดับ 4 สโมสร ศรีสะเกษ เอฟซี



สำหรับคนที่ชมการแข่งขันของทีม “กูปรีอันตราย” ผ่านหน้าจอทีวีอาจจะไม่น่าเชื่อว่าจะก้าวขึ้นมาติดอันดับในครั้งนี้ด้วย แต่ถ้าคุณได้เข้าไปชมในสนามศรีนครลำดวนแล้วคุณจะไม่แปลกใจเลยว่าทำไหมถึงก้าวมาติดดันดับในครั้งนี้ได้ ซึ่งแฟนบอลของสโมสรศรีสะเกษ เอฟซี นั้นถือได้ว่ามีทุกวัยจริงๆ ไม่ว่าจะรุ่นเด็กๆ ไปจนถึงรุ่นคุณปู่คุณย่าเลยทีเดียว ซึ่งถ้าหากจะถามหามิตรภาพดีๆ ระหว่างแฟนบอลทีมเหย้าและทีมเยือน ที่นี้แหละคือเบอร์หนึ่งของเมืองไทยในด้านนี้เลย

อันดับ 3 สโมสร เมืองทอง ยูไนเต็ด



ถ้าหากจะถามหาต้นฉบับการเชียร์บอลแบบฮาร์ดคอร์ในเมืองไทยคงต้องมาดูที่ เอสซีจี สเตเดียม เท่านั้นกับกลุ่มอุลตร้าเมืองทอง ที่มีรูปแบบการเชียร์ที่ทั่วโลกนิยมเชียร์กันมากที่สุดในแบบฉบับกองเชียร์อุลตร้า ที่มีทั้งความดุดัน เข้มแข็ง และเสียงดังตลอด 90 นาที  นอกจากนี้กลุ่มเชียร์อื่นๆ ของทีม “กิเลนผยอง” ก็ไม่ใช่เล่นเหมือนกัน

อันดับ 2 สโมสร นครราชสีมา มาสด้า



แฟนบอลของทีม “สวาทแคท” ช่างสวนทางกับผลงานและการบริหารทีมของผู้บริหารมากนัก แฟนบอลของสโมสรนครราชสีมา เคยสร้างประวัติศาสตร์ผู้ชมในเกมการแข่งขันไทยลีกมากที่สุดด้วยสถิติถึง 33,325 คน และแฟนบอลทีมนี้ยอมเสียสละได้ในทุกๆ เรื่องเพื่อการสนับสนุนทีมรักของตัวเอง ซึ่งถ้าหากผู้บริหารของทีมมีความตั้งใจที่จะทำทีมแบบจริงจังเชื่อได้ว่านี้คือสโมสรที่น่ากลัวที่สุดในเมืองไทยอย่างแน่นอน


อันดับ 1 สโมสร การท่าเรือ



คงไม่ต้องบรรยายอะไรให้มากความสำหรับกองเชียร์ทีมนี้ เพราะข้อดีของกองเชียร์ทุกๆ ทีมสโมสรนี้มีหมดทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นการเชียร์ที่ดุดัน เข้มแข็ง แข็งแกร่ง เสียงกระหึ่ม กดดันคู่แข่งตลอดเวลา ให้กำลังใจนักเตะอย่างเต็มที่ รวมถึงมิตรภาพที่ดี ต้องที่แพต สเตเดียมเท่านั้น นอกจากนี้กองเชียร์ของแฟน “สิงห์เจ้าท่า” นักเตะ รวมถึงผู้บริหาร ยังเปรียบเสมือนครอบครัวเดียวกันด้วย ที่นี้มีแต่ความสุขและรอยยิ้มอย่างแน่นอนถ้าหากคุณได้มาเยือน

ขอบคุณข้อมูลจาก  http://board.bighoylive.com/index.php?topic=3224.0

14
สรุปผลฟุตบอล







โปรแกรมการแข่งขันวันนี้








15


บิ๊กอ๊อด พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้ออกมาวอนขอให้แฟนบอลไทยช่วยให้ความเป็นธรรมกับนักเตะ และทีมงานฟุตบอลทีมชาติไทยยู-23 ปีด้วย หลังจากต้องกระเด็นตกรอบแรกศึกชิงแชมป์เอเชีย โดย บิ๊กอ๊อด ชี้ว่า แข้งไทยเดินทางไปแข่งขันแบบไม่ฟูลทีม

หลังจากที่ ทีมชาติไทยยู-23 ต้องกระเด็นตกรอบแรกการแข่งขันศึกชิงแชมป์เอเชีย 2018 แบบที่ว่าไม่มีแต้มกลับบ้านเลย แถมยังยิงประตูคู่แข่งได้แค่ลูกเดียวตลอด 3 นัด และโดนถลุงไปทั้งมด 7 ประตู ทางด้าน นายกสมาคมฯ ก็ได้ออกมาวอนขอให้แฟน ๆ นั้นช่วยให้ความเป็นธรรมกับทีมด้วย

พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง กล่าวว่า "ผมทราบดีว่าการแข่งขันมันวัดกันที่ผลแพ้ชนะก็จริงนะ แต่ว่าเราเองแพ้ทุกนัดก็ไม่ได้หมายความว่าเราพัฒนาหรือว่าไม่พัฒนานะครับ ใช่เลยที่จีนเราต้องตกรอบแรกแพ้แบบราบคาบ แต่ผมก็ต้องวอนขอให้ทุกคนมองด้วยความเป็นธรรม เราต้องไม่มองแค่ผลแพ้ชนะแค่อย่างเดียว แต่เราต้องมองด้วยว่าเราพร้อมมากแค่ไหน"

"ทีเราแพ้วันนี้ ผมคิดว่าเราน่าจะมาให้กำลังใจกันมากกว่า ถ้าให้ผมปลดโค้ชมันเป็นเรื่องที่ง่ายมากเลยนะ แต่ทั้งนี้ผมจะต้องมีการเรียกโค้ชเข้ามาคุยก่อน ยกเว้นแต่ว่าเขาจะไม่อยากคุยกับผม ตอนนี้ผมได้คุยกับโค้ชเฮงแล้วว่าเราจะต้องเรียกโค้ชมาคุยอย่างจริงจัง แล้วหลังจากนั้นก็ว่ากันใหม่"

ภาพข่าว : facebook.com/pg/cometogether2017

หน้า: [1] 2 3 ... 808
Carbonate design by Bloc
variant: carbon
SMF 2.0.2 | SMF © 2011, Simple Machines